ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารหมายเลขทะเบียน 30 - 0502 สมุทรปราการ นำนักเรียนโรงเรียนสมุทรพิทยาคม เพื่อนไปทัศนศึกษา ณ อุทยาทแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ถูกรถยนต์ลากจูงหมายเลขทะเบียน 70 - 0834 นครสวรรค์ และรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 70 - 0835 นครสวรรค์ ชนและมีรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 81 - 2375 นครสวรรค์ ชนท้ายรถบัสซ้ำ เหตุเกิดระหว่าง กม. ที่ 122 - 123 ถนนพหลโยธิน บริเวณใกล้สามแยกพุแค ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2545 ซึ่งทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 48 ราย นั้น นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า เมื่อได้ทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้น ได้มอบให้สำนักประกันภัยจังหวัดสระบุรีติดตามข่าวดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและได้รับทราบว่ารถทั้งสามคันได้มีการทำประกันภัย ดังนี้ 1. รถบัสโดยสารได้ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ไว้กับบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด 2. ทั้งรถยนต์ลากจูงและรถพ่วงได้ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และประกันภัยประเภท 3 ไว้กับบริษัท คุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้กรมธรรม์ละ 250,000 บาทต่อคน และไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง และคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อครั้ง 3. รถบรรทุกสิบล้อได้ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด สำหรับกรณีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น ในเบื้องต้นหากสันนิษฐานว่ารถยนต์ซึ่งประกันภัยกับบริษัท คุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นฝ่ายประมาทแล้ว ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยตาม พ.ร.บ. 160,000 บาท ทั้งนี้เนื่องจากรถยนต์ลากจูงและรถพ่วงมีการทำประกันภัยแยกเป็น 2 กรมธรรม์ ส่วนผู้บาดเจ็บสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งความเจ็บป่วยและค่าอนามัยจากบริษัทตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินรายละ 100,000 บาท (กรมธรรม์ละ 50,000 บาท) ซึ่งในส่วนของการประกันภัยประเภท 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกกรณีเสียชีวิตนั้น บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรฐานุรูปของผู้เอาประกันภัย แต่กรมการประกันภัยได้พยายามเจรจาให้บริษัทชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สูงสุด ซึ่งขณะนี้บริษัทแจ้งให้ทราบว่าบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 300,000 บาทต่อราย เมื่อรวมกับการประกันภัยตาม พ.ร.บ. แล้วทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับรายละ 460,000 บาท รวมเป็นเงินที่บริษัทต้องจ่ายสำหรับผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 12 ราย เป็นเงิน 5,520,000 บาท สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บบริษัทจะรับผิดชอบจ่ายตามค่าเสียหายที่จ่ายจริงไม่เกินรายละ 600,000 บาท (จากประกันภัยตาม พ.ร.บ. จำนวน 100,000 บาทต่อราย และประกันภัยประเภท 3 จำนวน 500,000 บาทต่อราย) นอกจากนี้ทางโรงเรียนฯ ได้จัดให้นักเรียนทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ทีพีไอ ประกันชีวิต จำกัด โดยคุ้มครองการเสียชีวิตรายละ 100,000 บาท และบาดเจ็บไม่เกินรายละ 100,000 บาทไว้ด้วย ซึ่งทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับอีก 100,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงอีกไม่เกินรายละ 10,000 บาท (การเบิกค่ารักษาพยาบาลจะเบิกได้จาก บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่เดียวเพราะต้องใช้ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง) นางสาวพจนีย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุน่าเศร้าสลดใจครั้งนี้เป็นความสูญเสียอย่างมากอีกครั้งหนึ่ง กรมการประกันภัยจะดำเนินการให้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทของผู้เสียชีวิตและค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บโดยรวดเร็วและเป็นธรรมเป็นกรณีพิเศษ หากผู้ประสบภัยหรือทายาทมีปัญหาในเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โปรดสอบถามได้ที่ กรมการประกันภัย โทร. 0-2547-4591 หรือสายด่วน 1186 หรือสำนักงานประกันภัยจังหวัดสระบุรี โทร. 0-3622-2705-6 และขอฝากให้ท่านผู้ขับขี่ทุกท่านโปรดระมัดระวังความพร้อมของร่างกายก่อนขับรถคือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มสุรายาเมา เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้สูญเสียชีวิตทรัพย์สินดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น