ธุรกิจประกันภัย ขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี จากอัตราเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 142,000 ล้านบาท อัตราเติบโต 14.88 % โดยเฉพาะด้านประกันชีวิตขยายตัว 20 % วินาศภัยขยายตัว 7 % กรมการประกันภัย เผย แผนงานหลัก 3 ด้าน หนุนธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง คือ ด้านการเงินและสภาพคล่องของบริษัท การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองประชาชน

ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจประกันภัย ในรอบปี 2540-2544 ว่า ธุรกิจประกันภัยมีอัตราเติบโตเป็นที่น่าพอใจ และมีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าในช่วงปี2540 และ 2541 ธุรกิจประกันภัยจะประสบปัญหาการชะลอตัวตามสภาวะการณ์ของระบบเศรษฐกิจโดยรวม แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจประกันภัยมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2544 ธุรกิจประกันภัย มีการขยายตัวสูงที่สุด มีเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 142,000 ล้านบาท และมีอัตราเติบโต 14.88 % โดยเฉพาะด้านประกันชีวิตขยายตัว 20 % วินาศภัยขยายตัว 7 %

สำหรับแผนการดำเนินงานที่สำคัญด้านกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2545 ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก คือ 1) ด้านการกำกับฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัท โดยการติดตามตรวจสอบใกล้ชิด ให้บริษัทดำรงเงินกองทุนครบถ้วน มีสภาพคล่อง 100% การลดภาระต้นทุนที่ไม่จำเป็นของบริษัท การส่งเสริมให้มีช่องทางการลงทุนใหม่ๆ การส่งเสริมสนับสนุนให้บริษัทมีการควบรวมกิจการเพิ่มขีดความสามารถทางการเงินและการแข่งขัน เป็นต้น 2) ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองประชาชน และ 3) ด้านการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ เพิ่มจำนวนผู้เอาประกันภัย และประกันชีวิตในระยะสั้น และระยะยาวให้มากขึ้น

แผนการดำเนินงานทั้ง 3 ด้านหลักๆ เป็นแผนงานต่อเนื่องจากปี 2544 อาทิ การรณรงค์ให้มีการทำประกันภัยรถภาคบังคับครบ 100% สร้างมาตรฐานการให้บริการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน การเพิ่มช่องทางขายให้ประชาชนสามารถซื้อประกันชีวิตได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านตัวแทนฯ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีการเพิ่มค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ สำหรับเบี้ยประกันชีวิต จาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาท เช่นเดียวกันกรมการประกันภัย ได้มีการพัฒนาคุณภาพและจรรยาบรรณของบุคลากรด้านการบริการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวแทนมีมาตรฐานความรู้ ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยอีกด้านหนึ่งด้วย ดร.สุวรรณ กล่าวและว่า

สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจประกันภัยของประเทศไทย ในปี 2545 ยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยคาดว่ามีเบี้ยประกันภัยรวมประมาณ 161,456 ล้านบาท อัตราเติบโต 13.7 % แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต ประมาณ 105,220 ล้านบาท อัตราการขยายตัว 17 % และเบี้ยประกันวินาศภัย ประมาณ 56,236 ล้านบาท อัตราเติบโตประมาณ 8 % ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจประกันภัยเป็นอีกธุรกิจหนึ่ง ที่มีความสามารถในการขยายตลาดในประเทศได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจประกันชีวิตนั้นเป็นแหล่งระดมเงินออมระยะยาวของประเทศที่มีศักยภาพ และสามารถจัดสรรกระจายการลงทุนไปสู่ภาคเศรษฐกิจอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับด้านการประกันวินาศภัย คาดว่าในปี 2545 แนวโน้มการแข่งขันจะรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนารูปแบบสินค้าให้หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยิ่งขึ้น