นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า ณ. 31 ธันวาคม 2544 บริษัทประกันชีวิตทั้ง 26 บริษัท ได้วางทรัพย์สินสำหรับเป็นเงินสำรองประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันชีวิตกับกรมการประกันภัยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 42,180 ล้านบาท ซึ่งมีรายละเอียดทรัพย์สินดังนี้ 1.พันธบัตรรัฐาบาลไทยจำนวน 13,195 ล้านบาท คิดเป็น 31.28% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 2.พันธบัตรรัฐวิสาหกิจจำนวน 11,118 ล้านบาท คิดเป็น 26.36% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 3.เงินฝากธนาคารรวมทั้งบัตรเงินฝากจำนวน 6,668 ล้านบาท คิดเป็น 15.81% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 4.ตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 5,814 ล้านบาท คิดเป็น 13.78% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 5.บัตรเงินฝากธนาคารกรุงไทยตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋วบริษัทเงินทุนฯ จำนวน 2,386 ล้านบาท คิดเป็น 5.65% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 6.หุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหุ้นกู้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำนวน 1,641 ล้านบาท คิดเป็น 3.89% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ 7.ที่ดินและอาคารจำนวน 1,361.18 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.23% ของทรัพย์สินเงินสำรองที่วางไว้ บริษัทประกันชีวิตจะต้องจัดสรรเบี้ยประกันภัยไว้เป็นเงินสำรองประกันภัยเพื่อจ่ายคืนให้แก่ผู้เอาประกันชีวิตหรือผู้รับประโยชน์ในอนาคตตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับลูกค้า เช่น เมื่อครบกำหนดสัญญา เมื่อเสียชีวิต หรือเมื่อเวนคืนกรมธรรม์ ฯลฯ กฎหมายกำหนดให้บริษัทจะต้องนำเงินสำรองประกันภัยมาวางไว้กับกรมการประกันภัยเป็นมูลค่าไม่เกินร้อยละยี่สิบ ห้าของเงินสำรองประกันภัยทั้งสิ้น เงินสำรองประกันภัยที่บริษัทประกันชีวิตวางไว้กับกรมการประกันภัยนี้เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงสำหรับผู้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิต ดังนั้นกรมการประกันภัยจึงกำหนดให้บริษัทจะต้องนำทรัพย์สินที่มีความมั่นคงสูงเท่านั้นที่วางกับกรมการประกันภัยได้.