ข่าว

ขอเชิญเข้าร่วมงานวันต่อต้านการคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี2564 ผ่านระบบออนไลน์ zoom

< >
วันที่เผยแพร่: 
19 พฤศจิกายน 2564
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. จัดสัมมนาวิชาการประกันภัยประจำปี Thailand Insurance Symposium 2021

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
17 พฤศจิกายน 2564

คปภ. จัดสัมมนาวิชาการประกันภัยประจำปี Thailand Insurance Symposium 2021

นำภาคธุรกิจประกันภัยบริหารความเสี่ยงจากอุบัติใหม่ในยุคหลัง COVID-19       
• ประเดิมการให้ทุนวิจัยนวัตกรรม hybrid “แอปพลิเคชั่น AgentDee” ครั้งแรกของสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง
 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง เปิดเวทีระดมความรู้ในงานประชุมสัมมนาวิชาการด้านการประกันภัย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2564 (Thailand Insurance Symposium 2021) ภายใต้แนวคิด “The New Era of Insurance : How to Manage Emerging Risks in the post COVID-19” รูปแบบเสมือนจริง (Virtual meeting) ผ่านระบบ Zoom โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Online จำนวนมาก ประกอบด้วย ผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถาบันอุดมศึกษา ต่างๆ หน่วยงานภาคเอกชน บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย รวมทั้งนักศึกษาหลักสูตรสุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Super วปส.) นักศึกษาหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) นักศึกษาหลักสูตรที่ปรึกษาด้านการประกันภัย (CIA) และสื่อมวลชน
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า การจัดงาน Thailand Insurance Symposium 2021 ครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของภาคธุรกิจประกันภัย ในการประชุมสัมมนาวิชาการที่เปิดเวทีให้ผู้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นอย่างเข้มข้นในหลากหลายประเด็น อาทิเช่น ด้านการประกันภัย และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนภาคธุรกิจประกันภัยในการปรับตัวรับ Next New Normal เพื่อให้สามารถเพิ่มโอกาสพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างความเท่าเทียม (Democratization of Technology) มาปรับปรุงกระบวนการทำงานในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน และผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงเทคโนโลยีประกันภัยได้ง่ายขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการประกันภัย การบริหารความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่มีผลต่อการพัฒนาธุรกิจประกันภัย 
ทั้งนี้ ได้จัดพิธีมอบรางวัลผลงานวิชาการให้กับ วปส. รุ่นที่ 9 โดยมีผลงานที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิและอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงานเรื่อง การประกันภัยสุขภาพพื้นฐานสำหรับผู้ได้รับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐ                (การประกันภัยสุขภาพภาคบังคับ) ของกลุ่มที่ 1 นำเสนอโดย คุณกัลยา จุกหอม ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหารอาวุโส สายงานวิชาการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และคุณพรวสา ศิรินุพงศ์ เลขานุการกรม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง     ที่ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น โดยมี รศ.ดร.ณดา จันทร์สม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นผู้วิพากษ์ และผลงานเรื่อง การใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลพฤติกรรมการขับรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ในการคำนวณเบี้ยประกันเพื่อความปลอดภัยของสังคม ของกลุ่มที่ 6 นำเสนอโดย รศ.ดร.ชนินทร์ ทินนโชติ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับรางวัลผลงานดี โดยมี ผศ.ดร.ปรีชา วิจิตรธรรมรส หัวหน้าสาขาวิทยาการประกันภัย และการบริหารความเสี่ยง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นผู้วิพากษ์ สำหรับรางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงานเรื่อง แนวทางการปรับปรุงกรอบการกำกับดูแล การออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม และการเข้าถึงบริการ รวมทั้งกรณีศึกษา การให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ ของกลุ่มที่ 2 ซึ่งล้วนแต่เป็นผลงานที่มีประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง 
รวมทั้ง มีการนำเสนอผลการศึกษา “โครงการศึกษาผลกระทบของธุรกิจประกันภัยไทยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และศึกษารูปแบบและการดำเนินธุรกิจ ทิศทาง และรูปแบบการกำกับดูแล ตลอดจนการส่งเสริมธุรกิจ” นำเสนอโดย นายอิทธิพัทธ์ ลิมป์มณีรักษ์ Partner, Advisory จาก KPMG Poomchai Business Advisory โดยมี ผู้ดำเนินรายการคือ คุณประภาภัสร์ กุลปวโรภาส ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และบริหารความเสี่ยง สำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นโครงการศึกษาของสำนักงาน คปภ. เพื่อศึกษาแนวทางของหน่วยงานกำกับในการตั้งรับและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และยังมีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรต่างประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิภายในประเทศ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ การบรรยายหัวข้อ “Climate Change and Insurance Industry’s Response to It” โดย Mr.Tom Mortlock, Senior Analyst, Aon Reinsurance Solutions, Australia และ Ms. Seewon Oh, Capital Advisory, Aon Reinsurance Solution, Japan การบรรยายหัวข้อ “Cyber Security Awareness in Business” โดย คุณธีรยา พงษ์พูล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานธุรกิจลูกค้าบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) การเสวนา หัวข้อ “Sustainable Insurance through ESG” โดยคุณไพบูล ตันกูล หุ้นส่วนกรรมการ บริษัท PwC ประเทศไทย ร่วมกับ คุณกุลวัลย์ สุพีสุนทร ผู้จัดการอาวุโสส่วนงาน Sustainability and Climate Change บริษัท PwC ประเทศไทย และปิดท้ายด้วยไฮไลท์สำคัญคือ การเสวนาจากวิทยากรที่มีบทบาทสำคัญในวงการประกันภัย และเคยเป็นนักศึกษาศิษย์เก่า วปส. ประกอบด้วย คุณสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย คุณอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และผู้ดำเนินการเสวนา ดร.ปิยวดี โขวิฑูรกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ ยังมีการให้ทุนวิจัยนวัตกรรม hybrid ของ ผศ.ดร.ณัฐกรณ์ ผิวชื่น จากมหาวิทยาลัยมหิดล คือ “โครงการแอปพลิเคชัน AgentDee แพลตฟอร์มส่งเสริมการเข้าถึงตลาดการประกันภัยและการตัดสินใจเลือกซื้อประกันในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (AgentDee application: A platform to facilitate Insurance market accessibility and insurance purchase decision-making during COVID-19 pandemic crisis)” โดยงานวิจัยดังกล่าวจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ประกัน โดยอ้างอิงสมมติฐานของความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ในอนาคต โดยเป็นส่วนหนึ่งในแพลตฟอร์ม AgentDee ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้บริโภคที่ใช้นวัตกรรมนี้สามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โครงการวิจัยนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้
 
 “การจัดงาน Thailand Insurance Symposium 2021 ในครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนา ทั้งจากภาคธุรกิจประกันภัย ภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ และภาคธุรกิจอื่น ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมต่อการทำงานผ่านการสร้างพันธมิตรในการประกอบธุรกิจ อันจะเป็นการผลักดันให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ รวมถึงเสริมสร้างโอกาสการทำธุรกิจ สอดรับกับการปรับตัวของธุรกิจสำหรับการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาองค์กรให้เป็นการผสมผสานระหว่างความสามารถของบุคลากรและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการดำเนินการขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแบบ Bionic Company ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเติบโตแบบยั่งยืนของธุรกิจประกันภัยและเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกัน ทั้งในภาคส่วนธุรกิจประกันภัยและธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศมากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ถกด่วนภาคธุรกิจประกันวินาศภัย กรณีประกันภัย COVID-19 เจอจ่ายจบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน

< >
วันที่เผยแพร่: 
15 พฤศจิกายน 2564

 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมประกันภัยวินาศภัยไทย มีหนังสือลงวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ถึงประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ประธานบอร์ด คปภ.) ขอให้พิจารณาทบทวน Macroprudential Supervision สำหรับการรับประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) พิจารณาทบทวนคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่อง ให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท ในกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 และต่อมานายกสมาคมประกันวินาศภัยมีหนังสือลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ขอเข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์วิกฤตจากการรับประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบ รวมทั้งนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเรื่อง ข้อกำหนดห้ามไม่ให้บริษัทรับประกันเพื่อวินาศภัยอันเดียวกันเกินกว่า 10% ของเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย .. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากหากเกิดความเสียหายขนาดใหญ่ขึ้นแล้วการจ่าย ค่าสินไหมทดแทนจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัทได้ ซึ่งจะเห็นว่ากรณีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัย COVID-19 ถือเป็นความเสี่ยงอุบัติใหม่ และได้ส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยเกินกว่า 10% ไปเป็นจํานวนมาก นั้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามบานปลาย สำนักงาน คปภ. จึงได้มีหนังสือเชิญนายกสมาคมฯ และกรรมการบริหารสมาคมฯ ทุกคนเข้าประชุมหารือกับเลขาธิการ คปภ. และคณะผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. และรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้ (วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564) โดยมี   บริษัทประกันวินาศภัยที่เสนอขายประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบ เข้าร่วมประชุมด้วย

 

 

ทั้งนี้ ในวันนี้ (15 พฤศจิกายน 2564) นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยและกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาและประมาณการค่าสินไหมทดแทนประกันภัย COVID-19 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตของบริษัทประกันวินาศภัยที่เสนอขายประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบ จะส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญซึ่งอาจจะส่งผลให้บริษัทมีปัญหาเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ส่วนประเด็นการขอยกเลิกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564  สมาคมฯ ให้ข้อมูลว่าการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าในอนาคตจะสูงขึ้นอีก จึงมีความจำเป็นที่ต้องขอยกเลิกคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบต่อบริษัทประกันวินาศภัยที่รับประกันภัย COVID-19 ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันให้ยึดถือประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยสำนักงาน คปภ. ยินดีที่จะรับฟังข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมของรายบริษัทประกันวินาศภัยที่เสนอขายประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบเพื่อพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบให้ตรงกับปัญหาของแต่ละบริษัท และส่งเสริมการทำทางเลือกให้ผู้เอาประกันภัยเลือกเปลี่ยนความคุ้มครองหรือประเภทกรมธรรม์ประกันภัยหรือทางเลือกอื่น ด้วยความสมัครใจของผู้เอาประกันภัย จึงเห็นว่าบริษัทที่ประสบปัญหาสามารถใช้แนวทางนี้ในการบรรเทาผลกระทบไปก่อนได้ ส่วนประเด็นที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกันในเรื่อง การขอยกเลิกเงื่อนไข   การใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท ในกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย เพราะสำนักงาน คปภ. เห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกัยภัยโดยภาพรวมด้วย ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะได้มีการหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป

 

เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมกับสมาคมฯ แล้ว เลขาธิการ คปภ. ได้ประชุมร่วมกับรองเลขาธิการ คปภ. ทั้งสามด้าน รวมทั้งผู้ช่วยเลขาธิการ สายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมมีมติดังนี้

 

1. การดำเนินการในแก้ปัญหา สำนักงาน คปภ. จะยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ    

 

2. คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่อง ให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยบริษัท ในกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ยังมีผลบังคับตามกฎหมายอยู่ บริษัทต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ส่วนประเด็นที่ยังเห็นไม่สอดคล้องกัน จะได้มีการหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้มาตรการ ที่เหมาะสมต่อไป 

 

3. สำนักงาน คปภ. ได้รับทราบความเดือดร้อนของภาคธุรกิจและยินดีให้ความช่วยเหลือเพื่อให้พ้นวิกฤต โดยที่ผ่านมา คปภ. ได้ผ่อนคลายกฎกติกาให้ไปแล้วหลายเรื่อง แต่มาตรการการช่วยเหลือบริษัทที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด จะต้องขึ้นอยู่กับสถิติ ตัวเลขข้อมูลต่าง ที่ถูกต้อง แม่นยำและผลกระทบต่าง ในทุกมิติ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และที่สำคัญจะต้องไม่ทำให้ผู้เอาประกันภัยเดือดร้อน และต้องไม่เป็นการรอนสิทธิของประชาชนผู้เอาประกันภัย 

 

4. จะเร่งเชิญบริษัทประกันวินาศภัยที่เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบ มาสอบถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการจัดทำ Stress Test เพื่อประเมินความทนทานของรายบริษัทและระบบประกันภัยภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงจำลองสำหรับการแพร่ระบาดของ COVID-19 

 

5. บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับผลกระทบจากการเสนอขายประกันภัย COVID-19 แบบเจอจ่ายจบ อาจพิจารณา เข้าร่วมโครงการผ่อนผันเพิ่มเติม เพื่อเสริมมาตรการเยียวยาให้บริษัทมีสภาพคล่องพร้อมที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัย COVID-19 ให้กับผู้เอาประกันภัยได้มากขึ้น 

 

6. หากสมาคมฯ ต้องการเสนอมาตรการผ่อนผันเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือบริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับผลกระทบ ให้เร่งนำเสนอ เพื่อสำนักงาน คปภ. จะได้กลั่นกรองและเร่งนำเสนอต่อบอร์ด คปภ. โดยเร็ว

 

7. ในระหว่างที่มีการดำเนินการข้างต้น หากบริษัทประกันวินาศภัยใดที่ประสบปัญหาต้องการดำเนินการเพื่อมิให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องลุกลามบานปลาย การเสนอแนวทางปรับปรุงเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 โดยเสนอทางเลือก\ที่น่าสนใจในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยประเภทเดิม หรือปรับเปลี่ยนไปให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยมากขึ้น สามารถกระทำได้เฉพาะกรณีที่เป็นเรื่อง ความสมัครใจของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น บริษัทไม่สามารถไปบังคับผู้เอาประกันภัยให้ยอมรับการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย หรือยอมรับเงื่อนไขความคุ้มครองใหม่ของบริษัท ดังนั้น การเปลี่ยนสิทธิหน้าที่หรือความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยจะสามารถกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้มีการแสดงเจตนา หรือให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งในการตอบรับข้อเสนอของบริษัทเท่านั้น นอกจากนี้ ในกรณีของบริษัท เดอะ วัน ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ให้ผู้บริหารของบริษัทชี้แจงและได้ตรวจสอบ\ข้อเท็จจริงแล้ว ได้รับการยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทเป็นการเสนอทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัย โดยเป็นไป ด้วยความสมัครใจของผู้เอาประกันภัย จะไม่มีการบังคับผู้เอาประกันภัยแต่อย่างใด โดยเป็นวิธีการที่บริษัทพยายามหาแนวทางบริหารความเสี่ยงเพื่อลดปัญหาการขาดสภาพคล่องเพื่อให้อยู่รอดได้ และยืนยันจะปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียน โดยสำนักงาน คปภ.ได้กำชับให้บริษัทดำเนินการดังกล่าว ด้วยความสมัครใจของผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยไม่ยอมรับทางเลือกที่เป็นข้อเสนอของบริษัท สัญญาประกันภัยของผู้เอาประกันภัยก็ยังมีผลบังคับต่อไปเหมือนเดิมทุกประการ

 

 

ขอให้ผู้เอาประกันภัยมั่นใจว่า สำนักงาน คปภ. จะดำเนินการอย่างเต็มที่ และจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย แต่อย่างไรก็ตาม ก็พร้อมที่จะรับฟังและหามาตรการเยียวยาปัญหาให้บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับผลกระทบจากการเสนอขายประกันภัย COVID-19 ด้วย เพราะการประกอบธุรกิจประกันภัยต้องอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นของประชาชนเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยกลุ่มอาสารักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า ในพื้นที่สาลิกาและนาหินลาด จังหวัดนครนายก

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
13 พฤศจิกายน 2564

 

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มแก่บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและราษฎรที่มีจิตอาสาในการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า ในตำบลสาลิกา อำเภอเมือง และตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่าที่มาทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีคณะผู้บริหาร ของสำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และคณะผู้บริหาร ของจังหวัดนครนายก ร่วมส่งมอบกรมธรรม์จำนวน 39 ราย ให้กับนายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก โรงแรมรอยัล ฮิลล์ จังหวัดนครนายก ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวขอบคุณสำนักงาน คปภ. ที่สนับสนุนกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มดังกล่าว ซึ่งการรับมอบในครั้งนี้ มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับอาสาสมัครผู้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ โดยไม่มีค่าตอบแทนและสวัสดิการใด รองรับ อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับอาสาสมัครได้อุ่นใจในขณะปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่าอีกด้วย

 เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ภาค 4 (นครราชสีมา) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครนายก ได้บูรณาลงพื้นที่และทราบการขอการสนับสนุนการประกันภัย เพื่อรองรับความเสี่ยงภัยของผู้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า ในตำบลสาลิกา อำเภอเมือง และตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน และส่งเสริมการทำประกันภัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า เนื่องจากเป็นภารกิจที่มีอันตรายและมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีผู้ที่มีจิตอาสาเข้ามาปฏิบัติภารกิจดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการบุกรุกของช้างป่าที่มาทำความเสียหายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินมากขึ้น    อีกทั้ง ที่ผ่านมา พบว่า เหล่าผู้ปฏิบัติหน้าที่และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่าได้รับบาดเจ็บจากช้างป่าทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง โดยที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และอาสาสมัครเหล่านั้นไม่ได้เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่มีสวัสดิการรองรับที่เพียงพอกับความเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้น จึงได้สนับสนุนการประกันภัยให้แก่บุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่    เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระครอบครัวและรองรับความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต และร่างกาย โดยมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มอาสาเฝ้าระวังช้างป่าให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และอาสาสมัคร จำนวน 39 ราย ซึ่งมีระยะเวลาเอาประกันภัยขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ด้วยเบี้ยประกันภัย 603 บาทต่อราย ให้ความคุ้มครองใน 2 กรณีหลัก ได้แก่ กรณีการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุทั่วไปขณะเข้าปฏิบัติภารกิจ รวมถึงอุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ และการถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้ายร่างกาย ให้ความคุ้มครองเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท และกรณีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ให้ความคุ้มครองเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 10,000 บาท โดยสำนักงาน คปภ. สนับสนุนด้วยเงินสวัสดิการของสำนักงานฯ เป็นค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 23,517 บาท และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัย 

 

ต้องขอชื่นชมและยกย่องผู้ที่มีจิตอาสาปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่เสียสละ สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในด้านสวัสดิการต่าง อย่างเต็มที่และเพียงพอ ดังนั้น เพื่อให้กลุ่มอาสารักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและการดูแลเฝ้าระวังจากการบุกรุกของช้างป่า มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจต่อไป สำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ เอกชนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ที่เสียสสะ และหวังว่าระบบประกันภัยจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนได้เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ประกาศให้บริษัทประกันภัยเริ่มใช้สัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐานใหม่ สำหรับการขายให้ลูกค้ารายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564

< >
วันที่เผยแพร่: 
12 พฤศจิกายน 2564

คปภ. ประกาศให้บริษัทประกันภัยเริ่มใช้สัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐานใหม่ สำหรับการขายให้ลูกค้ารายใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ส่วนกรมธรรม์แบบเดิม ให้ขายได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565

 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 14/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ ประเภทสามัญ แบบมาตรฐาน สำหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 15/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ แบบมาตรฐาน สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เพื่อกำหนดแบบและข้อความสัญญาประกันภัยสุขภาพ ที่เสนอขายโดยบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย ให้มีมาตรฐานเดียวกัน และมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี วิธีการรักษาทางการแพทย์และวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีความยั่งยืน เป็นธรรม รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข ตลอดจนมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของระบบการประกันภัยสุขภาพให้เกิดความยั่งยืน
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเกี่ยวกับสาระสำคัญของคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับ ซึ่งได้ปรับปรุงเพิ่มเติมโดยสรุปดังนี้
 
1. กำหนดคำนิยามให้ครอบคลุมกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ เช่น การผ่าตัดใหญ่ การผ่าตัดเล็ก และการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) เป็นต้น
 
2. กำหนดผลประโยชน์ เป็นหมวดมาตรฐาน 13 หมวด ได้แก่ ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน หมวดที่ 1 ค่าห้องและค่าอาหาร หมวดที่ 2 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย หมวดที่ 3 ค่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หมวดที่ 4 ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดและหัตถการ หมวดที่ 5 การผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน และผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หมวดที่ 6 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนและหลังการพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หมวดที่ 7 ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอก ของการเกิดอุบัติเหตุ หมวดที่ 8 ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หมวดที่ 9 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคไตวายเรื้อรัง หมวดที่ 10 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยรังสีรักษา หมวดที่ 11 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัด หมวดที่ 12 ค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน และหมวดที่ 13 ค่ารักษาพยาบาล โดยการผ่าตัดเล็ก
 
3. กำหนดเงื่อนไขการต่ออายุกรณีครบรอบปีกรมธรรม์ (Renewal) ขั้นต่ำจนถึงอายุ 69 ปี พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ให้สามารถนำเงื่อนไขมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) สูงสุด 30% และการให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยจากการมีค่าใช้จ่ายร่วม
 
4. กำหนดเงื่อนไขให้บริษัทไม่สามารถปฏิเสธการต่ออายุกรณีครบรอบปีกรมธรรม์ได้ ยกเว้น 3 กรณีเท่านั้น ซึ่งได้แก่ กรณีไม่แถลงข้อความจริงตามใบคำขอเอาประกันภัย กรณีเรียกร้องผลประโยชน์โดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ และกรณีเรียกร้องผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันรวมกันทุกบริษัทเกินกว่ารายได้ที่แท้จริง
 
5. กำหนดหลักเกณฑ์การปรับเบี้ยประกันภัย โดยพิจารณาจากอายุ และชั้นอาชีพของแต่ละบุคคล และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น หรือจากประสบการณ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอ
 
6. กำหนดให้ส่วนลดประวัติดี กรณีไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเล็กน้อย สูงสุด 30%
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงภาคธุรกิจประกันภัย ทำให้การเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะการดำเนินการของระบบภายในของบริษัทประกันภัย เช่น ระบบการรับประกันภัย การออกกรมธรรม์ประกันภัย และการจัดทำอัตราเบี้ยประกันภัย ไม่สามารถดำเนินการให้รองรับกับการใช้สัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐานใหม่ได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งฯ อีกทั้ง ยังมีบางประเด็นได้แก่ 1) การกำหนดหลักเกณฑ์กลาง ในการพิจารณากำหนดรายการกลุ่มโรคป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) เพื่อกำหนดเป็นเงื่อนไขการพิจารณาต่ออายุสัญญาแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) และ 2) การจัดทำใบเสร็จรายการค่ารักษาพยาบาล ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชนิดหรือประเภทของการรักษาพยาบาล ยาและเวชภัณฑ์ การบริการทางการแพทย์ หรือการบริการอื่นของสถานพยาบาล      และสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งผู้รับอนุญาตจะต้องแสดงตามมาตรา 32 (3) พ.ศ. 2561 ซึ่งรายการตามใบเสร็จดังกล่าวจะต้องสัมพันธ์กับหมวดความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐาน ซึ่งจำเป็นต้องหารือร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านการประกันภัยที่สะดวก และรวดเร็วขึ้น ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้กำหนดแนวทางการใช้สัญญาประกันภัยสุขภาพ ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 - 30 มิถุนายน 2565 เป็น 2 กรณี ดังนี้
 
กรณีที่ 1 กรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ แบบมาตรฐาน และสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบมาตรฐาน ให้บริษัทประกันภัยสามารถเสนอขายกับลูกค้ารายใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
 
กรณีที่ 2 กรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ แบบเดิม และสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ แบบเดิม ที่ไม่ใช่แบบมาตรฐาน และได้รับความเห็นชอบก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ผ่อนผันให้บริษัทประกันภัยสามารถเสนอขายให้กับลูกค้ารายใหม่ได้ แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยให้บริษัททำหนังสือแจ้งความประสงค์ขอผ่อนผันต่อนายทะเบียน พร้อมเหตุผลความจำเป็น และให้รับรองว่าได้มีกระบวนบริหารจัดการ เรื่อง การเสนอขายที่ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อร้องเรียน กรณีที่ลูกค้าไม่ทราบว่าเป็นสัญญาประกันภัยสุขภาพที่ใช้เงื่อนไขแบบเดิม
 

“คำสั่งนายทะเบียนฯ ดังกล่าว ซึ่งได้ปรับเพิ่มเติมนั้น เป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อช่วยลดประเด็นข้อโต้แย้งของสัญญาประกันภัยสุขภาพ เนื่องจากการพัฒนากฎหมายประกันภัยสุขภาพ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา โดยสำนักงาน คปภ. หวังว่าการประกันภัยสุขภาพจะเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนจากการฉ้อฉล อันจะส่งผลให้ระบบประกันภัยสุขภาพมีการเติบโตได้อย่างยั่งยืน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ โดยเฉพาะการการันตีการต่ออายุและการเปรียบเทียบผลประโยชน์ของแบบประกันทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ได้ว่าในยามเจ็บป่วยหรือเมื่อสูงอายุก็ยังคงมีหลักประกันสุขภาพที่มั่นคง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ หรือ Add Line Official @oicconnect” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. จัดพิธีถวายพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ณ วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
09 พฤศจิกายน 2564
คปภ. จัดพิธีถวายพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ณ วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เพื่อน้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ในวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธี อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2564 ถวายแด่พระสงฆ์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ของสำนักงาน คปภ. ตลอดจนผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ตัวแทนของคณะนักศึกษา Super วปส. นักศึกษา วปส.รุ่นต่าง ๆ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธี โดยมีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้เกียรติร่วมพิธีดังกล่าว 
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สำนักงาน คปภ. ประจำปี 2564 วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ว่า สำนักงาน คปภ. ได้ถวายปัจจัยเพื่อสมทบองค์ผ้าพระกฐิน เป็นจำนวนเงิน 5,990,517.68 บาท (ห้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นห้าร้อยสิบเจ็ดบาทหกสิบแปดสตางค์) และเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาทั้งคณะผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างของสำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัดทั่วประเทศ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ตัวแทนของคณะนักศึกษา Super วปส. นักศึกษา วปส. รุ่นต่าง ๆ รวมถึงประชาชนทั่วไป ร่วมถวายปัจจัยเพื่อสมทบองค์ผ้าพระกฐิน เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามให้มั่นคงถาวร พร้อมสืบทอดเจตนารมณ์ในการเป็นหน่วยงานของรัฐที่ดูแลระบบประกันภัย       ของไทยที่ให้ความสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้เจริญรุ่งเรือง และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมต่อไป 
ในโอกาสนี้ สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำหนังสือที่ระลึกพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วยประวัติของวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปฏิสังขรณ์หลายครั้งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญยิ่งอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีและสอดแทรกเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการประกันภัยอย่างครบถ้วน อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในด้านวิชาการประกันภัย เพื่อศึกษาและนำระบบประกันภัยมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภัยให้กับตนเองและครอบครัวอย่างครบวงจร นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้รวมพลังภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและนักศึกษา วปส. จัดกิจกรรม “สำนักงาน คปภ. รวมพลังภาคประกันภัย รวมใจเพื่อการศึกษา” โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้รวมใจเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน ส่งมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และสิ่งของจำเป็น เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของโรงเรียน รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแรงด้านทักษะกีฬาให้กับนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ สำหรับสิ่งของที่บริจาคประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 40 เครื่อง พัดลม จำนวน 70 เครื่อง Projector พร้อมฉากฉายภาพ จำนวน 2 เครื่อง อุปกรณ์กีฬา ได้แก่ ลูกฟุตบอล จำนวน 30 ลูก ลูกวอลเล่ย์บอล จำนวน 30 ลูก ไม้แบดมินตัน ลูกตะกร้อ ลูกบาส จำนวน 8 กล่อง รวมทั้ง อุปกรณ์การเรียน ได้แก่ ชุดเครื่องเขียน 1,000 ชุด สมุด 700 เล่ม กระเป๋าเป้ 700 ใบ กระเป๋าผ้า 700 ใบ และอุปกรณ์ของใช้อื่น ๆ ที่จำเป็น รวมทั้งได้มอบเงินบริจาคบำรุงวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี จำนวน 10,000 บาท และบำรุงโรงเรียนภายใต้การอุปถัมภ์ของวัดวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร จำนวน 8 โรงเรียน ๆ ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 90,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแก่นเหล็ก (รัตนกะลัสอนุสรณ์) โรงเรียนเทศบาล 2 วัดพระทรง (สุทธิวิเทศอุปถัมภ์) โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชน วัดจันทราวาส โรงเรียนเทศบาล 4 วัดไชยสุรินทร์ โรงเรียน วัดดอนไก่เตี้ย โรงเรียนบางจานวิทยา โรงเรียนวัดดอนผิงแดด (ผลสิริราษฎร์รังสรรค์) และโรงเรียนสุวรรณ เพื่อช่วยเหลือเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการศึกษา
 
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ได้ส่งเสริมและผลักดันให้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยง และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน พร้อมให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้เจริญรุ่งเรือง ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสังคม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน และการปลูกฝังความเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมให้แก่บุคลากรในองค์กร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวเป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม เรื่องการกำหนดมาตรการปฏิบัติในพิธีถวายผ้าพระกฐิน/กฐิน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และขออนุโมทนาบุญแก่ภาคธุรกิจประกันภัย บุคลากรของสำนักงาน คปภ. ตลอดจนผู้มีจิตกุศลทุกท่านที่ร่วมทำบุญใหญ่ครั้งนี้ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและความสุขความเจริญยิ่งขึ้นไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. โชว์ผลตอบรับงาน TIF 2021 เกินคาด ดึงคนจากทั่วมุมโลกเข้าร่วมงานสำเร็จ ยอดซื้อประกันในงานทะลุเป้า เผยปีหน้าจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
05 พฤศจิกายน 2564

คปภ. โชว์ผลตอบรับงาน TIF 2021 เกินคาด ดึงคนจากทั่วมุมโลกเข้าร่วมงานสำเร็จ ยอดซื้อประกันในงานทะลุเป้า เผยปีหน้าจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม 

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. ได้จัดงาน “Thailand InsurTech Fair 2021” เมื่อวันที่ 26-30 ตุลาคม 2564 ภายใต้แนวคิด “InsurTech for all and for the next normal” โดยปีนี้ได้ปรับรูปแบบการจัดงาน “สัปดาห์ประกันภัย” ซึ่งได้ริเริ่มและบูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย มาตั้งแต่ปี 2552 จากการจัดกิจกรรมออกบูธนิทรรศการ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการประกันภัย การเงินและการลงทุน และการให้ความรู้ด้านการประกันภัยภายในงาน เป็นรูปแบบออนไลน์ Virtual 360° ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการให้บริการประชาชน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยให้ก้าวไกล และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีประกันภัย หรือ “InsurTech Startup Hub” ในอนาคต 
 
สำหรับผลตอบรับของการจัดงาน “Thailand InsurTech Fair 2021” นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งด้านการพลิกโฉมรูปแบบการจัดงาน และจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั่วมุมโลกทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26-30 ตุลาคมที่ผ่านมา รวม 5 วัน กว่า 100,00 ราย และคลิกเข้าร่วมกิจกรรมภายในโซนต่าง ๆ กว่า 710,000 คลิก แบ่งเป็น Seminar Room งานสัมมนาวิชาการมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังสัมมนากว่า 35,000 ราย Exhibition Hall รูปแบบ Virtual Booth มีผู้สนใจเข้าชมเทคโนโลยีและซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยกว่า 62,000 ราย และ Main Stage จัดแสดงด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านประกันภัย มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 45,000 ราย นอกจากนี้ ภายในโซน Business Matching การจับคู่ทางธุรกิจผ่านการพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล และสานสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัทในวงการประกันภัย โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมพูดคุยธุรกิจกว่า 500 ราย รวมทั้งได้รับความสนใจจากกลุ่ม Startup ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศเข้ามานำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดในอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคตได้ 
ส่วนยอดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยภายในงาน มีเบี้ยประกันภัยสูงถึง 732 ล้านบาท รวมกว่า 15,000 กรมธรรม์ แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัย 652 ล้านบาท 6,834 กรมธรรม์ ผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย มีเบี้ยประกันภัย 80 ล้านบาท 8,412 กรมธรรม์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการนิยมและมียอดจำหน่าย ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ได้แก่ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตควบการลงทุน ในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประกันอัคคีภัย และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับปัจจัยที่ดึงดูดประชาชนให้เข้าชมงาน “Thailand InsurTech Fair 2021” ในครั้งนี้คือ รูปแบบการจัดงานที่ปรับเป็นแบบออนไลน์ Virtual 360° ซึ่งสอคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สามารถเข้าชมได้ง่าย สะดวกและตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทาง Smart Phone หรือคอมพิวเตอร์ นับเป็นการปรับโมเดลและยกระดับการจัดงานแบบพลิกโฉมโดยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้อย่างแท้จริงของสำนักงาน คปภ. อีกทั้งในด้านวิชาการ ในปีนี้มีการจัดสัมมนาโดยมีวิทยากรชั้นนำระดับแนวหน้าจากทั่วโลกกว่า 30 ท่าน มาร่วมให้ความรู้ในเนื้อหาที่เข้มข้นและน่าสนใจในทุก Section นอกจากนี้ ยังมีบริษัทประกันภัยชั้นนำที่มาร่วมออกบูธด้านนวัตกรรม InsurTech และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 100 บูธ ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถรับชมกิจกรรมและหัวข้อสัมมนาย้อนหลังได้ทาง www.tif2021.com จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 
ในวันนี้ นอกจากจะมีการแถลงข่าวผลการจัดงาน “Thailand InsurTech Fair 2021” แล้ว ยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานมากกว่า 25 รางวัล มูลค่ารวมสูงถึง 1,000,000 บาท โดยผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 10 บาท มูลค่ากว่า 300,000 บาท คือ คุณวิรุฬห์ ภู่พันธ์ ผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จำนวน 1 ฉบับ และยังมีรางวัลทองคำหนัก 5 บาท มูลค่ากว่า 150,000 บาท ก็คือ คุณณัฐชญา หวังวัฒนกิจ
 
“ต้องขอบคุณภาคอุตสาหกรรมประกันภัย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่บูรณาการร่วมกันจัดงาน TIF ครั้งแรกจนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ผลการตอบรับของการจัดงานในครั้งนี้ ทั้งจากตัวเลขผู้ร่วมงานและยอดซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยภายในงาน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนเกี่ยวกับการประกันภัยและนวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัย           จึงนับว่าเป็นปีแห่งการบุกเบิกการจัดงานแบบออนไลน์ของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และยังเป็นการประกาศว่าภาคอุตสาหกรรมประกันภัยพร้อมที่จะปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในยุค New Normal and Next Normal รวมไปถึงเรื่องของ Digital Disruption ที่บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องมีการปรับตัวในการรับเทคโนโลยีมาใช้ โดยมั่นใจว่าในปีหน้าการจัดงาน “Thailand InsurTech Fair 2022” จะยิ่งใหญ่กว่าปีนี้แน่นอน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศรายชื่อบริษัทประกันภัยที่ได้รับการผ่อนผันตามประกาศ คปภ. เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564

< >
วันที่เผยแพร่: 
04 พฤศจิกายน 2564
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ประกาศผลรางวัลสุดยอด “ประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2564” พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลฯ ยิ่งใหญ่ผ่านระบบ Virtual 360°

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
05 พฤศจิกายน 2564

คปภ. ประกาศผลรางวัลสุดยอด “ประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2564” พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลฯ ยิ่งใหญ่ผ่านระบบ Virtual 360° 

 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2564) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้รับเกียรติจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษและเป็นประธานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์ Virtual 360° ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อนุญาตให้ใช้ลายมือชื่อสลักลงบนโล่เกียรติยศ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ และเชิดชูเกียรติองค์กร หน่วยงาน และบุคคลดีเด่นด้านการประกันภัยที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อสังคม ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 17 โดยมีรางวัลรวม 13 ประเภท 55 รางวัล ภายใต้การจัดงานในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ พร้อมจัดแสดงรางวัล Hall of Fame บนแพล็ตฟอร์มแบบ Virtual 360° ทางเว็บไซต์ www.oicinsurawards.org 
 
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีฯ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษและแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล ในตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมคณะกรรมการ คปภ. ผู้บริหาร บุคคลากรสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ตลอดจนผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่นำพาประชาชนไปสู่วิถีปกติแบบใหม่ New normal นับเป็น   อีกความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาของภาครัฐที่ผ่านมาเป็นการลดผลกระทบในทันที แต่การพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน คือโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบาง และกลุ่มผู้ประกอบการ รวมถึงมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร ผ่านการประกันภัยข้าวนาปี และการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบและช่วยบรรเทาเยียวยาความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม โดยหวังว่าในอนาคตจะขยายผลไปสู่การประกันภัยพืชผลอื่น และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรับประกันภัยมากขึ้น นอกจากนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สำนักงาน คปภ. ได้ผลักดันให้มีการพัฒนากฎหมายแม่บทด้านการประกันภัยสุขภาพ เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยสุขภาพเป็นกฎหมายเฉพาะที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยสุขภาพมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับลักษณะการใช้ชีวิตของประชาชน โดยมุ่งหมายให้ประชาชนที่สมัครใจเข้าสู่ระบบการประกันภัยสุขภาพภาคเอกชน (Private Health Insurance) สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากการประกันภัยสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการประกันภัยสุขภาพอย่างครอบคลุมและยั่งยืน โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และส่งเสริมนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการ รวมทั้งการปรับปรุงสัญญาประกันภัยสุขภาพมาตรฐาน ให้มีความคุ้มครองที่ทันสมัยเป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีการกำหนดเบี้ยประกันภัยที่ทำให้ประชาชนทั่วไป ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากการทำประกันภัยสุขภาพได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น  
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ได้จัดต่อเนื่องทุกปี ในปีนี้เป็นครั้งที่ 17 โดยจัดงานในรูปแบบไฮบริดออนไลน์และจัดแสดงรางวัล Hall of Fame บนแพล็ตฟอร์มแบบ Virtual 360° เป็นครั้งแรกและได้เพิ่มรางวัลพิเศษสำหรับบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัย เพื่อส่งเสริมให้บริษัทยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และรางวัลพิเศษสำหรับบริษัทประกันภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อส่งเสริมการให้บริการที่เป็นเลิศ ซึ่งมีคณะกรรมการนโยบายและคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลประกันภัยดีเด่น ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิจารณาอย่างเป็นธรรมและเข้มข้นภายใต้กรอบกติกาที่กำหนดไว้ สำหรับรางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) ประจำปี 2563 ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย ประจำปี 2563 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นายสมชาย อัศวเศรณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด และนายอภิศักดิ์ ธนเศรษฐกร กรรมการบริหาร บริษัท ไทยนิวส์เน็ตเวิร์ค    (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด เป็นต้น
 
“สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย พร้อมที่จะบูรณาการร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริมและผลักดันให้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยง และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับการผ่อนผันตามมาตรการเสริมสภาพคล่อง เพื่อจ่ายเคลมประกันโควิดให้กับประชาชน

< >
วันที่เผยแพร่: 
04 พฤศจิกายน 2564

คปภ. ประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับการผ่อนผันตามมาตรการเสริมสภาพคล่อง เพื่อจ่ายเคลมประกันโควิดให้กับประชาชน   

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่าตามที่ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564 (ประกาศ คปภ.ฯ) โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งการออกประกาศ คปภ.ฯ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทประกันภัย ทำให้บริษัทประกันภัยมีสภาพคล่องทางการเงินที่จะนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลดภาระด้านการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากส่วนที่ตั้งไว้ผ่อนผันให้บริษัทถือเงินสดในมือได้มากขึ้น และยังเพิ่มทางเลือกให้กับบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นที่บริษัทสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วกว่าการเพิ่มทุนและลดภาระค่าธรรมเนียมในการฝากเงินกับสถาบันการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทประกันภัยมีเวลามากขึ้นในการดำเนินการปรับปรุงฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
 
ในการดำเนินการตามประกาศฯ สำนักงาน คปภ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรวม 3 ชุด เพื่อกำกับดูแล กลั่นกรองพิจารณาคำขอ โดยคณะกรรมการและคณะทำงานได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบตามคำขอและข้อมูลต่าง ๆ ประกอบแล้ว จึงมีมติเสนอให้นายทะเบียนเห็นชอบเพื่อประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับการผ่อนผัน ดังนี้ 1) บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2) บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ 3) บริษัท เดอะ วัน ประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565  
การประกาศรายชื่อเป็นไปตามข้อ 7 ของประกาศ คปภ.ฯ ที่กำหนดให้ประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับการผ่อนผันสำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของทั้ง 3 บริษัทที่ได้รับการผ่อนผันให้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จะเสนอนายทะเบียนยกเลิกมาตรการผ่อนผันในทันที เนื่องจากมาตรการผ่อนผันดังกล่าวเป็นกลไกชั่วคราวที่มุ่งช่วยเหลือบริษัทประกันภัยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องรายกรณี เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้เอาประกันภัย 
 
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ามาตรการผ่อนผันดังกล่าว จะช่วยเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจให้กับทั้ง 3 บริษัทที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องลุกลามจนส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้เอาประกันภัยที่ยื่นเคลมประกันโควิด-19 ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย 
 
หมวดหมู่ข่าว: 

หน้า

Subscribe to RSS - ข่าว