ข่าว

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยี มาสนับสนุนการให้บริการสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox) พ.ศ. 2564

คปภ. ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านสายไหม พร้อมบูรณาการประกันภัยจ่ายสินไหมทดแทน เยียวยาความเสียหายอย่างเป็นธรรม

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
18 พฤษภาคม 2564

คปภ. ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านสายไหม พร้อมบูรณาการประกันภัยจ่ายสินไหมทดแทน เยียวยาความเสียหายอย่างเป็นธรรม

 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัท เอมสเทรด จำกัด เลขที่ 17/7 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 39 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกและโฟม และเป็นโกดังขนาดใหญ่สูง 2 ชั้น รวม 4 โกดัง บนเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นเหตุให้สินค้าและวัตถุดิบ รวมถึงอาคารไฟไหม้เสียหายจำนวนมากและยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตบางนา เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน ผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. เขตบางนา ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์เพลิงไหม้อย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของโรงงานดังกล่าว เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. เขตบางนา ว่า บริษัท เอมสเทรด จำกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำประกันภัยไว้ ดังนี้ 
1. บริษัท เอมสเทรด จำกัด เลขที่ 17/7 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 39 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 07896-63181/POL/001419-051 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 5 มิถุนายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2564 จำนวนเงินเอาประกันภัย 11,300,000 บาท  ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) 10,300,000 บาท และเฟอร์นิเจอร์ 1,000,000 บาท
2. บริษัท ป๊อปปูล่า อินเตอร์พลาส จำกัด เลขที่ 23 หมู่ที่ 2 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ (ผู้ให้เช่าอาคาร) ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 07896-63181/POL/001588-051 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 5 มิถุนายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2564 จำนวนเงินเอาประกันภัย 60,157,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สต๊อกสินค้า 35,837,000 บาท เครื่องจักร 24,320,000 บาท และได้ทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินแบบพิเศษ ไว้กับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ IA030648-21NBK เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 7 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 7 เมษายน 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 90,657,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สต๊อกสินค้า 28,000,000 บาท เครื่องจักร 40,000,000 บาท และโซล่าร์เซลล์ 22,657,000 บาท
สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม และเร่งสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหายแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. เขตบางนา เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประกอบการที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัย เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันอัคคีภัย หรือการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในโรงงานหรือสถานที่ประกอบการ รวมถึงการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
13 พฤษภาคม 2564
เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นำคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2564 เพื่อร่วมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ณ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2564
 
หมวดหมู่ข่าว: 

เลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ขานรับมติ ครม. ที่เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311.41 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ

< >
วันที่เผยแพร่: 
13 พฤษภาคม 2564
เลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ขานรับมติ ครม. ที่เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311.41 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ
 
 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต 2564 วงเงิน 311.41 ล้านบาท โดยมีพื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยรวม 2.92 ล้านไร่ และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกพื้นที่ โดยมติครม.ดังกล่าวได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามรูปแบบ และหลักเกณฑ์การรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2564 รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2564 ได้ทันที รวมถึงดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น
 
สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ตนในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 21/2564 เรื่อง กำหนดแบบและข้อความกรมธรรม์ของประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มเกษตรกรและอัตราเบี้ยประกันภัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 แบบกรมธรรม์ ดังนี้
1. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
2. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)  
3. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม
โครงการฯ ปีการผลิต 2564 ได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 (Tier 1) อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ ธ.ก.ส. มีอัตราเบี้ยประกันภัย 160 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และจาก ธ.ก.ส. อีก 64 บาท/ไร่ และอัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าเกษตรกรทั่วไป มีอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับเขตพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาท/ไร่ ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาท/ไร่ และความเสี่ยงสูง 550 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และส่วนที่ 2 (Tier 2) อัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเอาประกันภัยเพิ่มเติมจาก Tier 1 โดยแบ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็น 3 อัตรา ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ คือ 90 บาท/ไร่ 100 บาท/ไร่ และ 110 บาท/ไร่ ตามลำดับ 
ในส่วนของวงเงินความคุ้มครองคงเดิม คือ วงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 1 อยู่ที่ 1,500 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย ได้แก่ 1) ภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2) ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3) ภัยลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง 5) ภัยลูกเห็บ 6) ภัยไฟไหม้ 7) ภัยช้างป่า สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 750 บาท/ไร่ และวงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 2 อยู่ที่ 240 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย และสำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่  120 บาท/ไร่ โดยกำหนดวันเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ จนถึงไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงไม่เกินวันที่ 15 มกราคม 2565 ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการผลิต 2564 จำนวน 16 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย บมจ.ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย บมจ.ไทยศรีประกันภัย บมจ.นวกิจประกันภัย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย บมจ.มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ บมจ.เมืองไทยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย บมจ. แอกซ่าประกันภัย และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัย  
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการฯ ปีการผลิต 2564 สำนักงาน คปภ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการฯ ไปก่อนหน้านี้ โดยจัดทำโครงการ “อบรมความรู้ประกันภัย Training for the Trainers” ซึ่งทุก ๆ ปีจะเป็นการลงพื้นที่ตามภาคต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยกับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่วนงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีความรุนแรง ส่งผลให้ในหลายจังหวัดของประเทศไทยกำหนดมาตรการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำนักงาน คปภ. จึงได้ปรับวิธีการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยจัดทำความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ในรูปแบบกราฟฟิกเคลื่อนไหว (motion graphic) การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร (influencer) ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ การจัดทำสื่อความรู้ในรูปแบบคลิปเสียง การจัดทำข้อมูลความรู้เพื่อเผยแพร่ผ่าน Application “กูรูประกันข้าว” โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน QR code รวมถึงการผลิตสื่อความรู้ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ สื่อความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงเกษตรกรให้มากที่สุด
 
“สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนเกษตรกรทุกท่านทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดผลกระทบความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช หรือภัยจากโรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้การจัดทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีทั้งแบบกรมธรรม์ที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยและแบบที่เกษตรกรสามารถซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองเอง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คำสั่งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ 1/2564 เรื่อง แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ สาขาประเทศไทย

คปภ.คลอดประกันโควิดคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ พร้อมนำสองสมาคมประกันภัย และไทยเบฟฯ เข้าพบนายกฯ ประยุทธ์ เพื่อร่วมกันส่งมอบประกันโควิดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รวม 2.7 แสนราย เงินเอาประกันกว่า 2.75 แสนล้านบาท

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
11 พฤษภาคม 2564
คปภ.คลอดประกันโควิดคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ พร้อมนำสองสมาคมประกันภัย และไทยเบฟฯ เข้าพบนายกฯ ประยุทธ์ เพื่อร่วมกันส่งมอบประกันโควิดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รวม 2.7 แสนราย เงินเอาประกันกว่า 2.75 แสนล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรดังกล่าว โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติรับมอบกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อส่งมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เหมือนกับที่เคยได้พูดไว้ว่าพวกเราต้องชนะไปด้วยกัน โดยเฉพาะการดูแลบุคลากร ทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในส่วนหน้า  
 
เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก. ศบค.) ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.)  ถึงแนวทางการจัดทำประกันภัยคุ้มครองให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นผู้เสียสละต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยความเสี่ยงเพื่อปกป้องประชาชนไทย ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักงาน คปภ. จึงได้บูรณาการร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย พัฒนาแบบกรมธรรม์ประกันภัยโดยเฉพาะสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งคุ้มครองการเสียชีวิต/ภาวะโคม่าเนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และผลประโยชน์กรณีตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งตน ในฐานะนายทะเบียนได้เห็นชอบแบบกรมธรรม์ประกันภัยและอัตราเบี้ยประกันภัยแล้ว โดยมีสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัย ทั้งหมดกว่า 38,000,000 บาท เพื่อคุ้มครองภัยจากการติดเชื้อ COVID-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 270,000 ราย วงเงินความคุ้มครอง 275,410 ล้านบาท โดยแต่ละรายจะได้รับความคุ้มครองจาก 3 กรมธรรม์ ดังนี้
1. กรมธรรม์คุ้มครองการเสียชีวิต ระยะเวลาคุ้มครอง 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่แจ้งรายชื่อ จำนวนเงินความคุ้มครอง 1,000,000 บาท 
2. กรมธรรม์คุ้มครองภาวะโคม่าอันเนื่องมาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่แจ้งรายชื่อ จำนวนเงินความคุ้มครอง 1,000,000 บาท 
3. กรมธรรม์คุ้มครองผลประโยชน์กรณีตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่แจ้งรายชื่อ จำนวนเงินความคุ้มครอง 10,000 บาท และกรณีเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ จำนวน 10,000 บาท
ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัย จำนวน 22 บริษัท เข้าร่วมรับประกันภัย ประกอบด้วย บริษัทประกันชีวิต 10 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) บมจ.ทิพยประกันชีวิต บมจ.ไทยประกันชีวิต บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต บมจ.เอ็ม บี เค ไลฟ์ ประกันชีวิต บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต บมจ.เอไอเอ และ บมจ.อาคเนย์ประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย 12 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.นวกิจประกันภัย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ บมจ.แปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ บมจ.เมืองไทยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย บมจ.สินทรัพย์ประกันภัย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ.เอเชียประกันภัย 1950 นอกจากนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้มอบเครื่องช่วยหายใจให้แก่โรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 50 เครื่อง รวมมูลค่า 10.5 ล้านบาท ในครั้งนี้ด้วย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทย มีความห่วงใยต่อบุคลากรทางการแพทย์ โดยตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกแรกช่วงต้นปี 2563 ได้มอบกรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์แล้ว 70,000 ราย เบี้ยประกันภัย 7 ล้านบาท วงเงินความคุ้มครอง 3,500 ล้านบาท 
สำหรับ ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทย องค์กรการกุศล และบริษัทเอกชน เพื่อมอบกรมธรรม์ประกันภัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเป็นการส่งมอบความคุ้มครองให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ผ่านความคุ้มครองจาก 3 กรมธรรม์ แบบครบวงจร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายใต้ความเสี่ยงได้อุ่นใจ หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึ่งประสงค์จากการปฏิบัติงานดังกล่าว
 
“สำนักงาน คปภ. ขอขอบคุณรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ทุ่มเทสรรพกำลังทุกอย่าง เพื่อดูแลประชาชนผู้ติดเชื้อและผู้ที่ได้รับผลกระทบ และขอส่งความห่วงใยพร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้กับคนไทยทุกคนให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งนี้ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะมุ่งมั่นนำระบบประกันภัยเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ โดยจะบูรณาการกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันช่วยให้ประเทศไทยข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

เลขาธิการ คปภ. สั่งสอบสวนตัวแทนประกันชีวิต ที่ส่งข้อความไม่เหมาะสมให้กับประชาชนแล้ว

< >
วันที่เผยแพร่: 
30 เมษายน 2564

เลขาธิการ คปภ. สั่งสอบสวนตัวแทนประกันชีวิต ที่ส่งข้อความไม่เหมาะสมให้กับประชาชนแล้วเผยจะบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก

 

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร .. 2563 ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสนอขายประกันภัยในแต่ละช่องทางไว้ อาทิเช่น พบเจอตัวลูกค้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เป็นผู้เสนอขายประกันภัย จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ และหากฝ่าฝืนก็ได้กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน

 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และได้ซื้อประกันภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทประกันภัยได้นำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กำหนด      ความคุ้มครองแตกต่างกัน และการเสนอขายประกันภัยในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่ผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรือทางระบบออนไลน์ จากกรณีที่ปรากฏตามข่าวมีตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ได้เสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ โดยได้โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าและลูกค้าได้ปฏิเสธการซื้อประกันภัยแล้ว แต่ตัวแทนประกันชีวิตรายนี้ได้ส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมให้ลูกค้า สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว จึงได้สั่งการบริษัทประกันชีวิตดังกล่าวให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มีการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณของคนกลางประกันภัยหรือไม่ และสั่งการให้สายกฎหมายและคดี สำนักงาน คปภ. เรียกตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มาสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการบังคับตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป รวมถึงได้แจ้งเตือนไปยังบริษัทประกันภัย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ให้กำชับสมาชิกถือปฏิบัติตามที่ประกาศกำหนดโดยเคร่งครัดแล้ว 

 

ตามข่าวที่ปรากฏน่าจะเข้าข่ายการรบกวน หรือก่อความรำคาญให้กับลูกค้า ซึ่งทางสำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ หากพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้คนกลางประกันภัย กระทำการ งดเว้นกระทำการ ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัยได้ จนกว่าจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง และอาจโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือกำหนดมาตรการอื่นที่หนักขึ้น ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเสนอขายประกันภัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ลงพื้นที่บูรณาการช่วยเหลือด้านประกันภัยแล้ว กรณีอุบัติเหตุรถชนกัน 27 คัน บนถนนมิตรภาพ โคราช

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
29 เมษายน 2564
คปภ. ลงพื้นที่บูรณาการช่วยเหลือด้านประกันภัยแล้ว 
กรณีอุบัติเหตุรถชนกัน 27 คัน บนถนนมิตรภาพ โคราช
 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันกว่า 30 คัน บนถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตร (กม.) ที่ 35-36 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เหตุเกิดจากรถบรรทุกเทรลเลอร์ 18 ล้อ เฉี่ยวชนกับรถยนต์ 3 คัน โดยรถบรรทุกเทรลเลอร์กีดขวางจราจรบนถนนมิตรภาพ ทำให้การจราจรรถติดขัดเป็นเวลานานและได้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยรถบรรทุกพ่วง 20 ล้อ ทะเบียนส่วนหัว 88-8483 นครราชสีมา ทะเบียนส่วนหาง 88-8484 นครราชสีมา เบรกไม่อยู่ได้พุ่งชนท้ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นเหตุให้รถทั้ง 2 ข้างทางได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ต่อเนื่องในครั้งนี้ 27 คัน และมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 4 (นครราชสีมา) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการทำประกันภัยพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนติดตามรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งให้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. ภาค 4 (นครราชสีมา) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา ว่ารถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ มี 27 คัน ได้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจไว้ 20 คัน จำนวน 20 กรมธรรม์ มีทุนประกันภัยความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกกว่า 42,000,000 บาทต่อครั้ง โดยแยกเป็นรถยนต์ที่ทำประกันภัยภาคสมัครใจประเภทต่าง ๆ ไว้กับบริษัทประกันภัย ดังนี้
1. บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1 และประเภท 3) จำนวน 5 คัน 5 กรมธรรม์ ประกอบด้วยกรมธรรม์เลขที่ 08913-63301/กธ/068188-30 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ,09411-64504/กธ/002112-10 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 16 มกราคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 16 มกราคม 2565 ,14959-63108/กธ/105624-10 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 8 สิงหาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 8 สิงหาคม 2564 ,04732-63102/กธ/010868-10 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 22 มีนาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม 2564 และ 16107-64203/กธ/005817-10 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 5 ฉบับ มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก รวม 5,000,000 บาทต่อครั้ง 
2. บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 3 คัน 3 กรมธรรม์ ประกอบด้วยกรมธรรม์เลขที่ DM-70-63/TP0943 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 8 สิงหาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 8 สิงหาคม 2564 ,DW-70-63/020341 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และ 36-70-64/001734 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 3 ฉบับ มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก รวม 4,500,000 บาทต่อครั้ง  
3. บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 2 คัน 2 กรมธรรม์ ประกอบด้วยกรมธรรม์เลขที่ 00-AV1-0031677-00000-2020-05 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 และ 89-AV5-0036837-00000-2020-12 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 4 มกราคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 4 มกราคม 2565 ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 2 ฉบับ มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก รวม 3,500,000 บาทต่อครั้ง   
4. บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 2+) จำนวน 2 คัน 2 กรมธรรม์ ประกอบด้วยกรมธรรม์เลขที่ 001010/6310/08993-7 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 3 ตุลาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 3 ตุลาคม 2564 และ 001010/6402/06562 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยทั้ง 2 ฉบับ มีวงเงินความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก รวม 4,000,000 บาทต่อครั้ง  
5. บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 3) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ 00/2021-V0635652 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 มีวงเงินความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 600,000 บาทต่อครั้ง
6. บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ 11002-107-210025050 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 มีวงเงินความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000,000 บาทต่อครั้ง  
7. บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ 105-21-2104-004024 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 11 มีนาคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 11 มีนาคม 2565 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้ง 
8. บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ NVMI0000908656 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 9 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 9 ธันวาคม 2564 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000,000 บาทต่อครั้ง                                                                                                         
9. บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 3) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ 001D/MA02-21-209621 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้ง 
10. บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย จำกัด รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ BKD/VIP/20-004662 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 12 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 12 ธันวาคม 2564 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000,000 บาทต่อครั้ง  
11. บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ 20-35533885 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 19 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 19 ธันวาคม 2564 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 2,500,000 บาทต่อครั้ง 
12. บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 1 คัน 1 กรมธรรม์ ตามกรมธรรม์เลขที่ M5891129-20RSR เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 มีวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 5,000,000 บาทต่อครั้ง 
สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งขณะนี้เดินทางกลับบ้านแล้ว ทั้งนี้ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหาย และพร้อมที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากผลการสอบสวนเป็นที่ยุติแล้ว รวมทั้งได้เข้าไปอำนวยความสะดวกและรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลโดยตรงตามสิทธิประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) โดยผู้บาดเจ็บไม่ต้องสำรองจ่ายแล้ว โดยได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วและเป็นธรรม ในเบื้องต้นได้ประมาณการความเสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ อยู่ที่ 6,720,000 บาท
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุครั้งนี้ และพร้อมจะดูแลในด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่ ทุกเวลาและทุกคน ควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยเฉพาะการประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และหากมีกำลังซื้อ ควรทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เพิ่มเติม โดยกำหนดวงเงินคุ้มครองให้เหมาะสมและสอดคล้องตามประเภทของการใช้รถ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีไฟไหม้โกดังเก็บน้ำมัน ริมถนนเพชรเกษม อ้อมใหญ จังหวัดนครปฐม

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
23 เมษายน 2564
คปภ. ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีไฟไหม้โกดังเก็บน้ำมัน ริมถนนเพชรเกษม อ้อมใหญ จังหวัดนครปฐม
• เร่งบูรณาการประกันภัยจ่ายสินไหมทดแทน เยียวยาความเสียหายอย่างเป็นธรรม
 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บน้ำมันของบริษัท ประภากรออยล์ จำกัด เลขที่ 26/15 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเหตุให้อาคารสำนักงานและโกดังเก็บน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทได้รับความเสียหาย และลุกลามไปยังทรัพย์สินข้างเคียง โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ซึ่งในช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาหลังเลิกงาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 โดยเบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 7 (นครปฐม) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครปฐม เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครปฐม ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหาย รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าตัวอาคารสำนักงานและโกดังดังกล่าวได้มีการทำประกันภัยรองรับไว้หรือไม่  
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดนครปฐม ที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยเบื้องต้น พบว่า บริษัท ประภากรออยล์ จำกัด และปั๊มน้ำมันข้างเคียงที่ได้รับความเสียหาย ได้ทำประกันภัยไว้ ดังนี้  
1. บริษัท ประภากรออยล์ จำกัด เลขที่ 26/15 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตามกรมธรรม์เลขที่ 721-01111-6351 ซึ่งได้ขยายความคุ้มครองถึงภัยลมพายุ ภัยน้ำท่วม ภัยแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยจากการระเบิด ภัยจากการนัดหยุดงาน และความเสียหายของเครื่องไฟฟ้า เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 18 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 18 เมษายน 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 66,000,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) 34,000,000 บาท และสต๊อกสินค้า 32,000,000 บาท และได้ทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย อันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการควบคุมน้ำมันตามกรมธรรม์เลขที่ 720-01588-216 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายที่แท้จริงไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับความเสียหายตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ตามประเภทกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ดังกล่าว โดยคุ้มครองรวมกันสูงสุดไม่เกิน 1,500,000 บาทต่อครั้ง และบริษัท ประภากรออยล์ จำกัด เลขที่ 26/22 หมู่ 2 ซอยเทศบาล 11 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้ทำประกันอัคคีภัยตามกรมธรรม์เลขที่ 721-01111-6350 ซึ่งได้ขยายความคุ้มครองถึงภัยลมพายุ ภัยน้ำท่วม ภัยแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยจากการระเบิด ภัยจากการนัดหยุดงาน และความเสียหายของเครื่องไฟฟ้า เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 18 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 18 เมษายน 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 35,000,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) 7,000,000 บาท และสต๊อกสินค้า 28,000,000 บาท
2. บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เลขที่ 26/1 หมู่ 2 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้ทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย อันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการควบคุมน้ำมันไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตามกรมธรรม์เลขที่ 14044-114-200029896 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 1 มกราคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายที่แท้จริงไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน             ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับความเสียหายตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ตามประเภทกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ดังกล่าว โดยคุ้มครองรวมกันสูงสุดไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อครั้ง
สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม และเร่งสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหายแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดนครปฐม เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับประชาชน ผู้ประกอบการที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังประชาชน ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันอัคคีภัยและประกันภัยอื่น ๆ รวมถึงการประกันภัยที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมประเภท 3 ตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ได้แก่ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง คลังน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ต้องจัดให้มีการประกันภัยความเสียหายแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยหรือการระเบิด อันเกิดจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง ประกาศการรับสมัครเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ ๑๐ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔

หน้า

Subscribe to RSS - ข่าว