ข่าว

ประกาศรับสมัครงาน

< >
วันที่เผยแพร่: 
06 September 2564
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศการรับสมัครลูกจ้างเหมาบริการ กลุ่มงานคดี

< >
วันที่เผยแพร่: 
18 October 2564
หมวดหมู่ข่าว: 

รมว.คลัง มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) แล้ว

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
15 October 2564
รมว.คลัง มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) แล้ว • เลขาธิการ คปภ. เผยร่วมบูรณาการตั้งศูนย์ทั่วประเทศให้คำแนะนำ รับเรื่องร้องเรียน และอำนวยความสะดวก แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ และกองทุนประกันวินาศภัยเข้ารับช่วงจ่ายเคลมประกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่สะดุด
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) แจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1936/2564 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยครั้งนี้ เป็นมาตรการที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย โดย สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ภายใต้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์สูงสุดของประชาชน พร้อมทั้งขอชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเหตุประกอบการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับมิให้ผู้เอาประกันภัยและประชาชนเดือดร้อน ดังนี้
1. เนื่องจากปรากฏหลักฐานต่อนายทะเบียนว่า บริษัทฯ มีฐานะการเงินไม่มั่นคงจากการดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตาม ที่กฎหมายกำหนด มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน สภาพคล่องไม่เพียงพอต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้า และเสนอขายกรมธรรม์ไม่เป็นไปตามแบบและข้อความที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน จึงเป็นกรณีที่บริษัทฯ มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คณะกรรมการ คปภ.) ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 52 และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งให้บริษัทแก้ไขฐานะและการดำเนินการตามที่นายทะเบียนกำหนด และให้บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว โดยสำนักงาน คปภ. ได้เข้าควบคุมธุรกรรมการเงินเพื่อให้มั่นใจได้ว่าระหว่างที่มีคำสั่งให้บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวและอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งฯ จะไม่มีการโยกย้ายทรัพย์สิน หรือมีการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยและประชาชน และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2564
2. เมื่อให้ระยะเวลาบริษัทฯ แก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินการตามคำสั่งนายทะเบียนแล้ว ได้ปรากฏข้อเท็จจริง ต่อนายทะเบียนว่า บริษัทฯ มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และยังคงมีจำนวนค่าสินไหมทดแทนคงค้างจำนวนมาก ซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการจัดการสินไหมทดแทนได้ และจากการที่สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามความคืบหน้าจากบริษัทฯ เกี่ยวกับการเพิ่มทุนหรือฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน พบว่า บริษัทฯ ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มทุนหรือการแก้ไขฐานะการเงินของบริษัทฯ และไม่ปรากฏว่าบริษัทฯ มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขฐานะการเงินของบริษัทฯ รวมทั้งไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการร่วมทุนจากผู้ร่วมทุนรายอื่น ส่งผลให้บริษัทฯ มีฐานะการเงินที่ไม่มั่นคง ประกอบกับบริษัทฯ มีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ไม่มีความพร้อมและความสามารถในการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยได้ อีกทั้งบริษัทฯ มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ถ้าให้บริษัทฯ ประกอบธุรกิจประกันภัยจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน คณะกรรมการ คปภ. ในการประชุมครั้งที่ 11/2564 วันที่ 8 ตุลาคม 2564 จึงมีมติให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณามีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทฯ มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีฐานะการเงินไม่มั่นคงไม่สามารถดำรงเงินกองทุนให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด มีการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของบริษัทฯ ได้ภายในระยะเวลาที่สมควร ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน และไม่มีความสามารถและความพร้อมที่จะรับประกันภัยและประกอบธุรกิจประกันภัยได้ต่อไป ถ้าให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือผู้เอาประกันภัย ตลอดจนความน่าเชื่อถือของธุรกิจประกันภัย ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป และหากบริษัทฯ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิเสนอคำฟ้องยื่นต่อศาลปกครองกลางภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง
4. เมื่อรัฐมนตรีฯ มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) แล้ว คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่งได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่งตั้งให้กองทุนประกันวินาศภัย เป็นผู้ชำระบัญชี
5. การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) เป็นปัญหาฐานะการเงินและการจัดการภายในของบริษัทฯ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือสภาพคล่องของบริษัทประกันวินาศภัยอื่น หรือธุรกิจประกันภัยในภาพรวม ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย เพื่อรองรับมิให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลกระทบไว้แล้ว ดังนี้
5.1 บูรณาการความร่วมมือกับกองทุนประกันวินาศภัย (ในฐานะผู้ชำระบัญชี) และบริษัทประกันวินาศภัย จำนวน 13 บริษัท ดังนี้
(1) ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายและได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไว้กับบริษัทฯ แล้ว ให้ติดต่อกองทุนประกันวินาศภัย โดยกองทุนประกันภัยวินาศภัยจะเข้ารับช่วงจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้มีการอนุมัติค่าสินไหมทดแทนไว้แล้วเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่สะดุด
(2) ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไว้กับบริษัทฯ ให้ยื่นเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนจากกองทุนประกันวินาศภัย โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย
(3) ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยทุกประเภท สามารถที่จะดำเนินการในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว ดังนี้
- ขอรับคืนเบี้ยประกันภัยที่เหลือจากกองทุนประกันวินาศภัย โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะคืนเบี้ยประกันภัย ให้ตามส่วนระยะเวลาตามความคุ้มครองที่เหลืออยู่ หรือ
- นำเบี้ยประกันภัยที่จะได้รับคืนไปใช้แทนเงินสดในการเลือกซื้อประกันภัยได้จากบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการ ได้ทุกประเภทกรมธรรม์ประกันภัย
(4) ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถนำเบี้ยประกันภัย ไปซื้อความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะให้ความคุ้มครองเฉพาะภาวะโคม่า ในวงเงินความคุ้มครอง 300,000 บาท เบี้ยประกันภัย 300 บาท หรือนำเบี้ยประกันภัยไปซื้อความคุ้มครองกับบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มอีก 10% ของกรมธรรม์ใหม่ แต่ไม่เกิน 500 บาท ยกเว้นกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
5.2 จัดตั้งศูนย์ให้คำแนะนำ รับเรื่องร้องเรียน และอำนวยความสะดวกในการรับคำขอรับชำระหนี้ รวมทั้งการสนับสนุนบุคลากรในการรับคำขอรับชำระหนี้ ทั้งที่สำนักงาน คปภ. ส่วนกลางและสำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้บริการแก่ ผู้เอาประกันภัยและประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
5.3 จัดเตรียมสถานที่ที่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
(1) กองทุนประกันวินาศภัย (ในฐานะผู้ชำระบัญชี) อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ชั้น 15 เลขที่ 1010 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2791-1444 ต่อ 11-15 และ 21-24
(2) สำนักงาน คปภ. ซึ่งได้รับมอบหมายจากกองทุนประกันวินาศภัยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการรับเอกสารหลักฐานการขอรับชำระหนี้แล้วส่งต่อให้กองทุนประกันวินาศภัยต่อไป โดยผู้เอาประกันภัยสามารถยื่นได้ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด ดังนี้
ส่วนกลาง ยื่นได้ ๓ แห่ง ดังนี้
- สำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2515-3999 หรือ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ chatbot “คปภ. รอบรู้” (LINE@OICConnect)
- สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เลขที่ 287 ซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2476-9940-3
- สำนักงาน คปภ. เขตบางนา เลขที่ 1/16 อาคารบางนาธานี ชั้น 8 ถนนบางนาตราด กม.3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2361-3769-70
ส่วนภูมิภาค สามารถยื่นขอรับชำระหนี้ได้ที่สำนักงาน คปภ. ภาค และสำนักงาน คปภ. จังหวัด ทั่วประเทศ
5.4 สำนักงาน คปภ. ได้พัฒนา Web Application โดยเฉพาะขึ้น เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เอาประกันภัยได้รวดเร็วขึ้น โดยระบบจะแจ้งข้อมูลไปยังผู้เอาประกันภัยทางออนไลน์
5.5 บูรณาการความร่วมมือกับกองทุนประกันวินาศภัยและสมาคมประกันวินาศภัยไทย จัดเตรียมหมายเลขโทรศัพท์รวม 47 คู่สาย เพื่อตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยจะเพิ่มเป็น 100 คู่สาย ในระยะถัดไป
หากเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยของบริษัทฯ ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัยในฐานะผู้ชำระบัญชีของบริษัทฯ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยกำหนดในประกาศ โดยให้นำเอกสารต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนา จำนวน 2 ชุด ประกอบการยื่นขอรับชำระหนี้ ดังนี้ กรมธรรม์ประกันภัย บัตรประจำตัวประชาชน ใบเคลม ใบนัดชำระหนี้ หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงถึงมูลหนี้ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล) และหากเป็นเจ้าหนี้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย ให้นำเอกสารแสดงความเป็นเจ้าหนี้ ต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนา จำนวน 1 ชุด ประกอบการยื่นขอรับชำระหนี้ ดังนี้ หลักฐานแสดงถึงมูลหนี้ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล)
ทั้งนี้ หากเจ้าหนี้ไม่สามารถยื่นได้ด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจโดยติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ยื่นต่อกองทุนประกันวินาศภัยในฐานะผู้ชำระบัญชีของบริษัทฯ
“การดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่ให้บริษัทฯ หยุดรับประกันวินาศภัยชั่วคราวตามมาตรา 52 พนักงานเจ้าหน้าที่ของ คปภ. ที่เข้าไปประจำ ณ ที่ทำการบริษัทฯ เพื่อดำเนินการควบคุมการเบิกจ่ายเงินตามที่จำเป็น และเร่งเคลียร์ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยและเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยเป็นอันดับแรก ทำให้สำนักงาน คปภ. สามารถเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้กว่า 13,000 ราย เป็นเงินกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ ก็ยังไม่เพียงพอที่จะดูแลค่าเคลมที่ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ได้ และบริษัทฯ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาฐานะการเงินได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิกถอนใบอนุญาตเพื่อให้กองทุนประกันวินาศภัยเข้ามาดูแล โดยใช้เงินกองทุนฯ เยียวยาผู้เอาประกันภัย ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ดูแลประชาชนให้เต็มที่ โดยหลังจากเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว กองทุนประกันวินาศภัยจะรับช่วงจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีผลผูกพันกับบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและประชาชน โดยโอนให้กับบริษัทประกันภัยแห่งอื่นรับผิดชอบต่อ นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยโควิด-19 โดยเฉพาะขึ้น เพื่อรองรับผู้เอาประกันภัยที่ประสงค์ความคุ้มครองโควิด-19 ต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการคุ้มครองดูแล โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการร่วมกับกองทุนประกันวินาศภัยและสมาคมประกันวินาศภัยไทย ช่วยบรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ และพร้อมน้อมรับทุกคำชี้แนะในการดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน สำหรับรายชื่อบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการ สามารถดูได้ จากเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. (www.oic.or.th) หรือสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

 

หมวดหมู่ข่าว: 

สมัครลูกจ้างเพื่อดำเนินโครงการ “จ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินการด้านเอกสารไล่เบี้ยเรียกคืน” จำนวน 10 อัตรา

ประกาศผลการคัดเลือกอาสาสมัครประกันภัยดีเด่น ระดับประเทศ โครงการอาสาสมัครประกันภัย ประจำปี พ.ศ.2564

คปภ. ชี้แจงการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปประจำ ณ ที่ทำการบริษัท เอเชียประกันภัย ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โปร่งใส และเป็นกลาง โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชน

< >
วันที่เผยแพร่: 
01 October 2564

คปภ. ชี้แจงการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปประจำ ณ ที่ทำการบริษัท เอเชียประกันภัย   ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โปร่งใส และเป็นกลาง โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 มีผู้เอาประกันภัยจำนวนหนึ่งมาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยโควิด-19 ณ ที่ทำการบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) และมีการให้ข่าวว่าการที่สำนักงาน คปภ. เข้าไปดำเนินการตามคำสั่งนายทะเบียน เป็นการเข้าไประงับการจ่ายเงินของบริษัท นั้น 
 
ทั้งนี้ ขอเรียนชี้แจงว่าการเข้าไปดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ คปภ. ตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ไม่ได้เป็นการระงับการจ่าย แต่เป็นการเข้าไปเพื่อควบคุมการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปโดยถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมและเป็นไปตามกำหนดนัดที่บริษัทได้แจ้งไว้กับผู้เอาประกันภัย ซึ่งในการให้ความเห็นชอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทน บริษัทต้องเป็นผู้รวบรวมรายการค่าสินไหมทดแทนให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นชอบ โดยตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2564 คือวันแรกที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริษัทเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้บริษัทเร่งนำส่งรายการค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 คงค้างที่มีจำนวนมาก แต่จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทก็ยังส่งข้อมูลให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ครบถ้วน โดยส่งข้อมูลเพียง 2,232 ราย และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เห็นชอบการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนครบแล้วทั้ง 2,232 ราย พร้อมทั้งได้ส่งข้อมูลรายการการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวไปยังธนาคารเพื่อดำเนินการโอนเข้าบัญชีผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้ว ต่อมาสำนักงาน คปภ. ได้ทราบข้อมูลในภายหลังว่า บริษัทนัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไว้กว่า 3,000 ราย ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่สำนักงาน คปภ. ได้รับรายงานจากบริษัทในครั้งแรก ทั้งนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้แทนบริษัทได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้เอาประกันภัยที่มาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด-19 ณ ที่ทำการบริษัท ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยรายที่บริษัทยังไม่ได้นำส่งข้อมูลให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดให้บริษัทนำส่งรายการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนคงค้างให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นชอบการจ่ายภายในวันดังกล่าว และกำชับให้บริษัทจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่จะเกิดขึ้น
จากการติดตามผู้ที่ได้รับความเห็นชอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันภัยว่าเงินได้ทยอยโอนเข้าบัญชีของผู้เอาประกันภัยที่มาเรียกร้องแล้ว  
 
“ขอยืนยันว่าการเข้าควบคุมบริษัทตามคำสั่งฯ ดังกล่าว เป็นไปเพื่อดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสน สำนักงาน คปภ. ได้กำชับบริษัทให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสื่อสารถึงผู้เอาประกันภัยให้ถูกต้อง เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีก นอกจากนี้ จะเพิ่มจำนวนพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งกระบวนการการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยได้สั่งการให้บริษัทนำส่งรายการค่าสินไหมทดแทนคงค้าง พร้อมจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ครบถ้วนและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ลดข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ดังนั้น จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยมั่นใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ คปภ. ว่าจะไม่ทำให้กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้า แต่จะเป็นการช่วยให้การดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง โดยยึดประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อได้         ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. สมาคมศิษย์เก่า วปส. พร้อมภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมสานหัวใจบริจาควัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้พิการ

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
30 September 2564

คปภ. สมาคมศิษย์เก่า วปส. พร้อมภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมสานหัวใจบริจาควัคซีนแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้พิการ 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้เป็นประธานในพิธีมอบวัคซีนต้านโควิด-19 เพื่อใช้ในการป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับกลุ่มเปาะบางและผู้พิการทั่วประเทศ โดยมีนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ผู้บริหารสมาคมประกันชีวิตไทย และนายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (สวปส.) ตลอดจนผู้บริหารบริษัทประกันภัยและคณะผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. ร่วมส่งมอบวัคซีนซิโนฟาร์ม ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าถึงและได้รับวัคซีนของประชาชนโดยเฉพาะในประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ คนชรา ผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์ และกลุ่มผู้พิการ ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จึงควรจะต้องได้รับจัดสรรเป็นกลุ่มแรก ๆ และประสงค์ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐในการกระจายวัคซีนให้กับประชาชน เนื่องจากกลุ่มผู้พิการและกลุ่มผู้เปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายและอาจมีอาการที่รุนแรง รวมทั้งมีอัตราการเสียชีวิตสูง จึงควรเร่งให้เข้าถึงและได้รับวัคซีนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับบุคคลและภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วย “ลดป่วยรุนแรง ลดตาย รักษาหายเร็ว” โดยบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมศิษย์เก่าสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (สวปส.) ภาคธุรกิจประกันภัย รวมทั้งพนักงานในองค์กรของสำนักงาน คปภ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคระดมเงินบริจาค ในการจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 “ซิโนฟาร์ม” จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 10,000 ราย (20,000 โดส) เพื่อจัดสรรให้กับประชาชนกลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบางยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลกลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบางสำหรับการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งการจัดหาสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์ในการให้บริการฉีดวัคซีนกว่า 30 แห่งใน 18 จังหวัด ภายใต้โครงการความร่วมมือ “ประกันภัยรวมใจมอบวัคซีนต้านโควิดสู่ประชาชน” ทั้งนี้ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว จำนวน 7,196 คน คิดเป็นร้อยละ 71.96 โดยได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเปราะบางวันแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้มีกลุ่มเปราะบางประมาณ 60 คน มารับวัคซีนเข็มแรกที่สำนักงาน คปภ. โดยมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์มาบริการฉีดวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการโดยมีแผนฉีดวัคซีนแล้วเสร็จในต้นเดือนตุลาคม 2564 นอกจากนี้ เงินบริจาคส่วนที่เหลือจะนำไปจัดสร้างห้อง Negative Pressure  เพื่อมอบให้โรงพยาบาลกุยบุรี และโรงพยาบาลที่ประจวบคีรีขันธ์ 
 
“โครงการนี้สามารถระดมเงินบริจาคและวัคซีน รวมทั้งบริหารจัดการหากลุ่มเป้าหมายและจัดฉีดวัคซีนตามกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เวลาดำเนินการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเพราะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเทสรรพกำลังในการดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่เป็นช่องทางให้เราได้ร่วมกันบริจาควัคซีน รวมทั้งสมาคมศิษย์เก่าสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (สวปส.) ภาคธุรกิจประกันภัย และพนักงานของสำนักงาน คปภ. ที่ร่วมแรงร่วมใจบริจาคเงินเพื่อจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย นำไปสู่การแบ่งปันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้พิการ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ และเป็นที่ชัดเจนว่าวัคซีนคือทางออกที่จะทำให้กลับมาใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ได้ และช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างที่รอวัคซีนที่ภาครัฐจัดหากำลังทยอยเข้ามา แต่ยังมีประชาชนหลายกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ จึงหวังว่าโครงการนี้จะช่วยจุดประกายให้ภาคธุรกิจหรือหน่วยงานที่มีศักยภาพช่วยจัดหาวัคซีนทางเลือกเพื่อมาฉีดให้กับประชาชนกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ และเมื่อประชาชนทั่วประเทศได้รับวัคซีนครบถ้วน ก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กับประเทศไทยสามารถก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปได้” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. มอบรางวัลผู้ชนะเลิศสุดยอดบอร์ดเกมด้านประกันภัยครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมต่อยอดสู่บอร์ดเกมเสมือนจริง (Sandbox virtual table boardgame)

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
30 September 2564

คปภ. มอบรางวัลผู้ชนะเลิศสุดยอดบอร์ดเกมด้านประกันภัยครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมต่อยอดสู่บอร์ดเกมเสมือนจริง (Sandbox virtual table boardgame)    

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านประกันภัย (OIC Board Game Innovation) ภายใต้แนวคิด “ความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัย” (Insurance Literacy) พร้อมเปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. เห็นความสำคัญในการพัฒนา    สื่อเรียนรู้ด้านประกันภัยที่สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งใช้บอร์ดเกมที่ผสมผสานสาระการเรียนรู้และสอดแทรกความเพลิดเพลินไว้ด้วยกันในการเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านประกันภัย สร้างทักษะและประสบการณ์และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในกลุ่มเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวได้ โครงการในปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมถึง 92 ทีม จากหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา นักออกแบบบอร์ดเกมกลุ่ม Startup คนรุ่นใหม่ รวมถึงเจ้าของธุรกิจส่วนตัว 
 
ทั้งนี้ การประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยไทย ที่เปิดโอกาส ให้ผู้เล่นได้รับความรู้ด้านประกันภัยที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของบอร์ดเกม ซึ่งนับเป็นสุดยอดการเรียนรู้ที่ผู้เล่นจะได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน แบบไม่ยัดเยียด และเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จึงนับเป็นสื่อกลางด้านประกันภัยที่สมบูรณ์แบบ และสาเหตุที่สำนักงาน คปภ. ยังให้ความสำคัญกับบอร์ดเกมกระดาน สวนทางกับความคิดที่ว่า “ในโลกดิจิทัลขณะนี้ที่มองไปทางไหนก็มีแต่คนเล่นเกมออนไลน์ แต่เมื่อมองให้ชัดเจนที่จริงแล้ว ตลาดดั้งเดิมของบอร์ดเกมยังคงมีอยู่ และผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจอยู่ไม่หายไปจากโลก นั่นเป็นเพราะบอร์ดเกมมีพัฒนาการมายาวนานและสามารถนำมาเล่นในระบบออนไลน์ได้ รวมทั้งบอร์ดเกมเป็นเกมที่จับต้องได้ในโลกแห่งความจริง” ดังนั้น บอร์ดเกม จึงเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่ออนาคตให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ เป็นการวางรากฐาน การสร้างความรู้สึกมั่นคงให้กับเยาวชน และตั้งเป้าไปที่การสร้าง Insurance Literacy ซึ่งก็คือ ความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
 
การประกวดนวัตกรรมบอร์ดเกมด้านการประกันภัย (OIC Board Game Innovation) ครั้งนี้เปิดกว้างให้ประชาชนทั่วไปทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าร่วมประกวดได้ และได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้คัดเลือกผลงานรอบแรกให้เหลือ 20 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการติวเข้มในรูปแบบ Special Workshop จากโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยและบอร์ดเกม เพื่อนำองค์ความรู้และใช้เทคนิคพิเศษต่าง ๆ เฉพาะตัวของแต่ละทีมไปพัฒนาต่อยอดผลงานให้มีความสมบูรณ์และพิเศษมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะผลิตออกมาเป็น prototype ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาในรอบ 10 ทีมสุดท้าย และนำไปทดสอบเล่นจริงกับกลุ่มตัวอย่าง เพื่อนำคะแนนส่วนหนึ่งมารวมกับคะแนนจากคณะกรรมการตัดสินในรอบสุดท้ายอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลงาน    ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศมีความสมบูรณ์และมีความสอดคล้องทั้งในด้าน Knowledge และด้าน Game Play  
 
โดยการตัดสินรอบสุดท้ายในวันนี้ (วันที่ 29 กันยายน 2564) เลขาธิการ คปภ. และคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านบอร์ดเกมระดับประเทศ ได้แก่ ดร.เดชรัต สุขกำหนด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ คุณวรุตม์ นิมิตยนต์ อุปนายกสมาคมบอร์ดเกม คุณปิติ คุณกฤตยาการ ผู้ก่อตั้งอินสติ๊งค์ เลิร์นนิ่ง และคุณพีรัช ษรานุรักษ์ อาจารย์ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นคณะกรรมการตัดสินโดยใช้เกณฑ์การพิจารณาตัดสิน  3 ส่วน คือ 1) Game Score พิจารณาจากความสนุก ความสมบูรณ์ ความลื่นไหล และความสมดุลของเกม 2) Knowledge Score พิจารณาจากเนื้อหาด้านการประกันภัย และความสอดคล้องระหว่างกลไกเกมกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เล่น 3) การทดลองเล่นโดยกลุ่มตัวอย่าง (Play Test) พิจารณาจากความพึงพอใจจากการเล่นเกม 
 
โดยผลจากการพิจารณาปรากฏว่าทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งได้รับโล่รางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ได้แก่ “ทีม Over The Moon” ในผลงานเกม Over The Moon มาพร้อมกับจุดเด่นที่แตกต่างออกไปจากทีมอื่น คือใช้วิธีการเล่นแบบ Roll and Write เข้ามาผสมกับเนื้อหาของการประกันภัย ซึ่งผู้เล่นเกมต้องสวมบทบาทเป็นกระต่ายที่มาสร้างอาณานิคมบนดวงจันทร์ ต้องปฏิบัติภารกิจที่ต้องพบเจอภัยพิบัติต่าง ๆ มีแครอทเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหารให้ดีว่าจะนำไปใช้เป็นแต้มเพื่อชนะเกม หรือนำไปใช้จ่ายค่าประกันเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยที่เกิดขึ้น ตัวเกมเน้นให้ผู้เล่นเข้าถึงหัวใจของการประกันภัย ด้วยกลไกที่เหมาะทั้งกับผู้เล่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเยาวชนอายุ 11-16 ปี ที่สามารถเข้าใจเรื่องการประกันภัยผ่านเนื้อหาเกมและได้รับ        ความสนุกสนานควบคู่ไปด้วย
 
สำหรับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับโล่รางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ได้แก่ “ทีม FonCher” ในผลงานเกม Smart Life Insurance โดยจุดเด่นของทีมคือการนำเอารูปแบบเกม Working Placement ที่กำลังได้รับความนิยมในแวดวงนักออกแบบบอร์ดเกม มาผสมผสานกับเรื่องราวของการประกันภัย โดยผู้เล่นจะต้องบริหารทรัพยากรคนให้เกิดเป็นเงิน เพื่อนำไปใช้สะสมแต้มความสุข และซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทำกิจกรรมเพื่อสะสมแต้มความสุข เนื้อหาของเกมเข้าใจง่าย และสื่อสารเรื่องราวของการประกันได้ดี 
และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับโล่รางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท ได้แก่ “ทีม Done Box” ในผลงานเกม Dice Insurance ที่นำเสนอเกมกระดานแบบใช้ลูกเต๋าหลายลูกมาเทียบเคียงกับความเสี่ยงต่าง ๆ ผู้เล่นต้องสวมบทบาทจำลองตัวเองเป็นคนในแต่ละช่วงอายุ มีปณิธานในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป  เพิ่มความตื่นเต้นด้วยความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และเชื่อมต่อเรื่องราวของการประกันภัยต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างสนุกและเหมาะสม นอกจากนี้ ทีม Done Box ยังออกแบบบอร์ดเกมโดยจำลองมาจากกรรมธรรม์ที่มีอยู่จริง นับได้ว่าเป็นเกมที่มีจุดเด่นทั้งในเรื่องของการเลือกอุปกรณ์เปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่เข้าใจง่าย และมีเนื้อหาด้านประกันภัยที่สอดแทรกได้เป็นอย่างดี
 
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้รับประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท ได้แก่ “ทีมมันสำปะหลัง” และที่เหลืออีก 7 ทีมจะได้รับรางวัลชมเชย ได้รับประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานในโอกาสต่อไป
สำหรับก้าวต่อไปของกิจกรรมนี้ สำนักงาน คปภ. จะบูรณาการกับสมาคมบอร์ดเกมที่เป็นเครือข่ายของผู้คนที่สนใจบอร์ดเกม ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้การนำบอร์ดเกมไปใช้ในการสร้างการเรียนรู้ด้านการประกันภัย โดยจะนำผลงานบอร์ดเกมที่แต่ละทีมได้ใช้เวลาในการพัฒนาร่วมกันมาตลอดระยะเวลาโครงการไปพัฒนาร่วมกับทีมที่ปรึกษาด้านบอร์ดเกม เพื่อผลิตในรูปแบบ Box set เป็นบอร์ดเกมประกันภัย เกมแรกของประเทศไทย และจะนำไปเผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศผ่านเครือข่ายอัจฉริยะยุวชนประกันภัย นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะต่อยอดพัฒนานำเข้าสู่ระบบบอร์ดเกมเสมือนจริง (Sandbox virtual table boardgame) เพื่อให้สามารถเล่นได้จริงในระบบออนไลน์เพิ่มช่องทางเข้าถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ง่าย และไร้ข้อจำกัดในสังคมปัจจุบันที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม
 
 
“ผมขอชื่นชมทุกทีมที่ได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้โครงการนี้สำเร็จสิ้นเสร็จได้ดีเกินคาดหมาย จากการจัดประกวดเป็นปีแรกของสำนักงาน คปภ. ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล และขอเป็นกำลังใจให้กับทีมนักสร้างสรรค์ที่ยังไม่ได้รับรางวัลจากการประกวดในครั้งนี้ โดยสำนักงาน คปภ. จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯ เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รังสรรค์สุดยอดผลงานกันโอกาสต่อไป และหวังว่าทุกทีมที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดตามโครงการฯ จะร่วมเป็นเครือข่ายสำคัญ ในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัย เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิต และทรัพย์สิน โดยสามารถชมผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ อันดับ 1 และ 2 ได้ในงาน “Thailand InsurTech Fair 2021” ซึ่งเป็นงานที่เปิดศักราชความยิ่งใหญ่ของสุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยครั้งแรกของประเทศไทย โดยในงานจะ delivery การประกันภัย ความรู้ด้านการประกันภัย เทคโนโลยีด้านการประกันภัยในรูปแบบใหม่ให้ถึงมือประชาชนในราคาที่ลดพิเศษ และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  ในระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม 2564 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ www.tif2021.com” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านประกันภัย เพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบกรณีน้ำท่วมอย่างเต็มที่

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
28 September 2564

คปภ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านประกันภัย เพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบกรณีน้ำท่วมอย่างเต็มที่

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในประเทศไทยมีฝนตกชุกและในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นอย่างมากและได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 1-4 ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัย พร้อมทั้งติดตามและรายงานความเสียหาย เพื่อพร้อมความในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยให้สำนักงาน คปภ. ภาค ภาค 1-4 ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้านประกันภัย ณ สำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด ในส่วนของสำนักงาน คปภ. ภาค ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบได้กำชับให้เฝ้าระวัง เพื่อพร้อมความเตรียม และให้บูรณาการร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่  
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีหนังสือถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ให้แจ้งบริษัทสมาชิก ได้ติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัย พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบความเสียหายเพื่อเตรียมพร้อมในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค/จังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสบภัยรีบสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเฉพาะรถยนต์ที่มักจะได้รับความเสียหายเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม โดยให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ประเมินค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ประเมินค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป และระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน ซึ่งในกรณีนี้บริษัทจะคืนทุนประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย
ทั้งนี้ ขอให้ผู้เอาประกันภัยแสดงรายละเอียดของความสูญเสียและมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นของทรัพย์สิน ส่วนกรณีเสียชีวิตให้แสดงหลักฐานสำเนาใบมรณบัตร และสำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นขอให้ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ซื้อไว้ว่าให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไร โดยกรมธรรม์ประกันภัย       ที่ให้ความคุ้มครองถึงภัยน้ำท่วม อาทิ เช่น การประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 การประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินและการประกันอัคคีภัยที่ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เช่น ประกันภัยข้าวนาปี ประกันภัยข้าวโพด ประกันภัยทุเรียน เป็นต้น การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งให้ความคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติอีก 4 ภัย (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหวและลูกเห็บ) รวม 20,000 บาทต่อปี และการประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ซึ่งให้ความคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติ 4 ภัย (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหวและลูกเห็บ) รวม 10,000 บาทต่อปี
 
“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความห่วงใยและขอส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ และขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักว่าปัจจุบันภัยธรรมชาติได้สร้างความสูญเสียหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากประชาชนทำประกันภัยไว้ก็จะเป็นการช่วยบรรเทา เยียวยาความเดือดร้อนและความเสียหายทางการเงินที่จะเกิดขึ้นภายหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นการประกันชีวิต หรือการประกันภัยทรัพย์สินต่าง ๆ โดยสำนักงาน คปภ. จะดูแลเพื่อให้ระบบประกันภัยเยียวยาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเต็มที ทั้งนี้ หากมี    ข้อสงสัยหรือมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านประกันภัย สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือติดต่อได้โดยตรง ณ สำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด ทั่วประเทศ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่คุมเข้ม “เอเชียประกันภัย” ควบคุมการจ่ายเงินและเร่งจ่ายเคลมประกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
28 September 2564

คปภ. ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่คุมเข้ม “เอเชียประกันภัย” ควบคุมการจ่ายเงินและเร่งจ่ายเคลมประกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ในการนี้ ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2564 เรื่อง ให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) แก้ไขฐานะและการดำเนินการตามที่นายทะเบียนกำหนดและหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว และประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดการจ่ายเงินอื่นของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2564 โดยมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำที่บริษัท เพื่อควบคุมดูแลให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกำหนดแล้ว
 
เลขาธิการ คปภ. ได้แจ้งความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสายตรวจสอบ บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยได้มอบหมายให้นายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขาธิการสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และ ดร. อายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการสายตรวจสอบ นำคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่จากสายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปประจำ ณ ที่ทำการบริษัท เพื่อควบคุมและให้ความเห็นชอบการจ่ายเงินเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศนายทะเบียนกำหนด ซึ่งการเข้าควบคุมการจ่ายเงินของบริษัทเป็นไปตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดให้ในกรณีที่บริษัทถูกสั่งหยุดรับประกันภัยวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ห้ามมิให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทสั่งจ่ายเงินของบริษัท หรือทำการเคลื่อนย้าย หรือจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท เว้นแต่ เป็นการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทตามปกติ หรือเป็นการจ่ายเงินตามที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนประกาศกำหนด ทั้งนี้ ประกาศนายทะเบียนดังกล่าวได้กำหนดการจ่ายเงินโดยความเห็นชอบของนายทะเบียนหรือ
ผู้ได้รับมอบหมายจากนายทะเบียน ในกรณีดังนี้
1. การจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย ฯลฯ
2. การจ่ายเงินคืนค่าเบี้ยประกันภัยแก่ผู้เอาประกันภัย
3. การจ่ายค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า เป็นต้น
4. การจ่ายค่าสื่อสาร เช่น ค่าไปรษณีย์ ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรสาร อินเตอร์เน็ต เป็นต้น
5. การจ่ายค่าภาษี ค่าอากร หรือค่าภาษีอากร ตามที่กฎหมายกำหนด
6. การจ่ายเงินตามคำสั่งศาล เช่น ค่าสินไหมทดแทน ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม เป็นต้น
7. การจ่ายค่าธรรมเนียม ค่าปรับ เงินจ่ายหรือเงินสมทบตามที่กฎหมายกำหนด
8. การจ่ายเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามความจำเป็นเพื่อเร่งรัดติดตามหรือเรียกคืนหนี้สินค้างจ่ายของบริษัท
โดยการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่จำเป็นนอกเหนือจากนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน โดยมีเหตุผลความจำเป็นพร้อมเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน 
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้มีการจัดทำแผนการบริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบค่าสินไหมทดแทนที่ค้างจ่าย โดยให้บริษัทแยกประเภทตามแบบกรมธรรม์และพิจารณาจากลำดับการยื่นเรื่องเข้ามา 
หากพบว่ารายใดมีเอกสารครบถ้วนก็จะเร่งดำเนินการอนุมัติการจ่ายและแจ้งให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว เบื้องต้นเคลมที่ใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารไม่มากจะเป็นประเภท เจอ จ่าย จบ ส่วนเรื่องที่เอกสารไม่ครบถ้วนจะเร่งให้บริษัทประสานผู้เอาประกันภัยเพื่อนำส่งเอกสารเพิ่มเติมโดยเร็ว
 
“การออกประกาศนายทะเบียนดังกล่าว เป็นการรองรับและมอบอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าไปประจำ ณ ที่ทำการบริษัท เพื่อดำเนินการควบคุมการเบิกจ่ายเงินตามที่จำเป็น และเร่งเคลียร์ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยและเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยเป็นอันดับแรก ดังนั้น ทรัพย์สินของบริษัทที่มีอยู่จะมีการบริหารจัดการเพื่อดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์   ของประชาชนอย่างเต็มที่ จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล สำนักงาน คปภ. จะดำเนินการในทุกมาตรการอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ และขอให้มั่นใจในระบบประกันภัยว่าสามารถเข้ามาช่วยเหลือ เยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนได้ในทุกสถานการณ์  และทุกมิติของความเสี่ยงภัย แม้แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ก็ตาม ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th”
 
หมวดหมู่ข่าว: 

Pages

Subscribe to RSS - ข่าว