ข่าว

เลขาธิการ คปภ. ห่วงใยกรณีมีข่าวคนตั้งใจติดเชื้อเพื่อหวังเคลมเงินประกันโควิด เตือนอย่าเสี่ยงทำ เพราะอาจเข้าข่ายไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยและอาจชวดเงินประกัน

< >
วันที่เผยแพร่: 
27 June 2564

เลขาธิการ คปภ. ห่วงใยกรณีมีข่าวคนตั้งใจติดเชื้อเพื่อหวังเคลมเงินประกันโควิด เตือนอย่าเสี่ยงทำ เพราะอาจเข้าข่ายไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยและอาจชวดเงินประกัน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. เคยออกข่าวเตือนประชาชนมิให้หลงเชื่อกรณีมีการชักจูงให้ผู้เอาประกันภัยโควิด-19 บางรายเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อจะได้เคลมเงินประกัน เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต และเป็นเหตุให้ไม่ได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เนื่องจากอาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งอาจถูกดำเนินคดีกรณีเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยอีกด้วยนั้น
ปัจจุบันมีการส่งข่าวกระจายตามช่องทางออนไลน์กลุ่มต่าง ๆ ว่ามีการปรากฏพฤติการณ์ดังกล่าวอีกในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม ซึ่งหากเป็นจริง และแม้จะปรากฏว่ามีผู้ที่มีพฤติการณ์เช่นนี้เป็นจำนวนน้อยก็ตาม ก็ย่อมเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน และกระทบต่อการใช้สิทธิโดยชอบของประชาชนผู้เอาประกันภัยโควิด-19 ที่สุจริต
โดยในขณะนี้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีประกันโควิด-19 ของสำนักงาน คปภ. ยังไม่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. จะติดตามอย่างใกล้ชิดและได้แนะนำให้บริษัทประกันภัยให้มีกระบวนการกลั่นกรองในการจ่ายเคลมให้รอบคอบ ถ้าตรวจพบกรณีการเคลมผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงาน คปภ. เพื่อจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้บริษัทประกันภัยระมัดระวังการรับทำประกันภัยโควิด-19 ในแบบเจอจ่ายจบ รวมทั้งอาจมีการกำหนดจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ต่อราย โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรับประกันภัยด้วย โดยจะได้เชิญทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมหารือโดยเร็วต่อไป
 
“กรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ถูกพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหวังเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ และกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่สุจริตเท่านั้น หากผู้ที่ทำประกันภัยไว้หลายฉบับและจงใจเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อ เพื่อหวังเงินเอาประกัน อาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยได้ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย      
 
หมวดหมู่ข่าว: 

เลขาธิการ คปภ. ห่วงใยกรณีมีข่าวคนตั้งใจติดเชื้อเพื่อหวังเคลมเงินประกันโควิด เตือนอย่าเสี่ยงทำ เพราะอาจเข้าข่ายไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยและอาจชวดเงินประกัน

< >
วันที่เผยแพร่: 
27 June 2564

เลขาธิการ คปภ. ห่วงใยกรณีมีข่าวคนตั้งใจติดเชื้อเพื่อหวังเคลมเงินประกันโควิด เตือนอย่าเสี่ยงทำ เพราะอาจเข้าข่ายไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยและอาจชวดเงินประกัน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน คปภ. เคยออกข่าวเตือนประชาชนมิให้หลงเชื่อกรณีมีการชักจูงให้ผู้เอาประกันภัยโควิด-19 บางรายเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อจะได้เคลมเงินประกัน เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต และเป็นเหตุให้ไม่ได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เนื่องจากอาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งอาจถูกดำเนินคดีกรณีเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยอีกด้วยนั้น
ปัจจุบันมีการส่งข่าวกระจายตามช่องทางออนไลน์กลุ่มต่าง ๆ ว่ามีการปรากฏพฤติการณ์ดังกล่าวอีกในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม ซึ่งหากเป็นจริง และแม้จะปรากฏว่ามีผู้ที่มีพฤติการณ์เช่นนี้เป็นจำนวนน้อยก็ตาม ก็ย่อมเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน และกระทบต่อการใช้สิทธิโดยชอบของประชาชนผู้เอาประกันภัยโควิด-19 ที่สุจริต
โดยในขณะนี้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีประกันโควิด-19 ของสำนักงาน คปภ. ยังไม่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. จะติดตามอย่างใกล้ชิดและได้แนะนำให้บริษัทประกันภัยให้มีกระบวนการกลั่นกรองในการจ่ายเคลมให้รอบคอบ ถ้าตรวจพบกรณีการเคลมผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงาน คปภ. เพื่อจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังแนะนำให้บริษัทประกันภัยระมัดระวังการรับทำประกันภัยโควิด-19 ในแบบเจอจ่ายจบ รวมทั้งอาจมีการกำหนดจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ต่อราย โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรับประกันภัยด้วย โดยจะได้เชิญทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมหารือโดยเร็วต่อไป
 
“กรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ถูกพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหวังเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ และกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่สุจริตเท่านั้น หากผู้ที่ทำประกันภัยไว้หลายฉบับและจงใจเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อ เพื่อหวังเงินเอาประกัน อาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือเป็นการฉ้อฉลประกันภัยได้ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย      
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ติดตามและช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณี "ตุ้ย" มือกีตาร์วง Playground เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายกระป๊อ

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
27 June 2564

คปภ. ติดตามและช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณี "ตุ้ย" มือกีตาร์วง Playground เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายกระป๊อ ที่ถนนกาญจนาภิเษก บางแค  พบรถทั้งสองมีประกัน ... และขณะนี้ได้มีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ทายาทผู้เสียชีวิตแล้ว 

 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน 2 ขภ 1117 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถกระป๊อ 4 ล้อเล็กวิ่งให้บริการระหว่างโลตัสพระราม 2-เดอะมอลล์บางแค ยี่ห้อไดฮัทสุ ทะเบียน พข 4131 กรุงเทพมหานคร ที่หน้าศูนย์รถยนต์ซูซูกิ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายวัชระ ชัยพันธุ์ หรือตุ้ย มือกีตาร์วง Playground ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 นั้น เบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการทำประกันภัยพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัย ตลอดจนติดตามรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งให้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยและครอบครัว เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

 

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ว่ารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน 2 ขภ 1117 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (...) ไว้กับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ 8188063608120170 เริ่มคุ้มครองวันที่ 15 ตุลาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 15 ตุลาคม 2564 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุด ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน ในส่วนรถกระป๊อ 4 ล้อเล็กยี่ห้อไดฮัทสุ ทะเบียน พข 4131 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (...) ไว้กับบริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตามกรมธรรม์เลขที่ 200901/m007652702 เริ่มคุ้มครองวันที่ 26 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 26 ธันวาคม 2564  

 

สำหรับการติดตามและช่วยเหลือด้านการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตนั้น พบว่าบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตเต็มจำนวนแล้วเป็นเงิน 35,000 บาท ส่วนค่าสินไหมทดแทนจะต้องรอผลของคดี ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เข้าไปช่วยเหลือด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการบูรณาการการทำงานร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตได้มีการทำประกันภัยประเภทอื่น ไว้ด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบพบภายหลัง ว่าผู้เสียชีวิตมีการทำประกันภัยประเภทอื่น เพิ่มเติมอีก ก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้อีกด้วย

 

"ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมจะดูแลในด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาและกับทุกคน เพื่อความอุ่นใจควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยเฉพาะการประกันภัยภาคบังคับ (...) การประกันภัยรถภาคสมัครใจ และการประกันภัยประเภทอื่น เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Line Chatbot@oicconnect ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ให้การช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิต 3 ราย เจ็บสาหัส 1 ราย ที่จังหวัดอุทัยธานี

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
24 June 2564

คปภ. ให้การช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์

เสียชีวิต 3 ราย เจ็บสาหัส 1 ราย ที่จังหวัดอุทัยธานี
 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง ทะเบียน 2 กม 4504 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ทะเบียน 1 กจ 9735 อุทัยธานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เกิดเหตุบนถนนทางหลวงหมายเลข 333 สายหนองขาหย่าง-หนองฉาง หมู่ที่ 3 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2564 ในเบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. ภาค 2 (นครสวรรค์) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดอุทัยธานี เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดอุทัยธานี ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายแล้ว รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัย เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดอุทัยธานี ว่ารถยนต์เก๋ง ทะเบียน 2 กม 4504 กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ CB055572 เริ่มคุ้มครองวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 โดยไม่พบการทำประกันภัยภาคสมัครใจแต่อย่างใด ในส่วนของรถจักรยานยนต์ทะเบียน 1 กจ 9735 อุทัยธานี ทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กรมธรรม์เลขที่ 8188063707102476 เริ่มคุ้มครองวันที่ 8 กันยายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 8 กันยายน 2564 โดยไม่พบการทำประกันภัยภาคสมัครใจแต่อย่างใดเช่นกัน
สำหรับการติดตามและอำนวยความสะดวกด้านการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ทายาทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย นั้นบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตแล้ว รายละ 500,000 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 1,500,000 บาท ในส่วนผู้บาดเจ็บขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอุทัยธานี สำนักงาน คปภ. จังหวัดอุทัยธานี          ได้ประสานบริษัทประกันภัยเพื่ออำนวยความสะดวกและรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาล โดยผู้บาดเจ็บไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล 
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและมีความห่วงใยต่อผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาและกับทุกคน เพื่อความอุ่นใจควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยเฉพาะการประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การประกันภัยรถภาคสมัครใจ และการประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Line Chatbot@oicconnect ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง การประกวดผลงานนักเรียนตามโครงการอัจฉริยะยุวชนประกันภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

คปภ. ร่วมลงพื้นที่เพื่อบูรณาการช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางบอน 5

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
22 June 2564

คปภ. ร่วมลงพื้นที่เพื่อบูรณาการช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางบอน 5 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัท สุภาภรณ์พลาสติก จำกัด เลขที่ 2 ซอยบางบอน 5 ซอย 6/1 ถนนบางบอน 5 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทพลาสติกเพื่ออุตสาหกรรม ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโรงงาน 4 ชั้น ภายในเป็นส่วนโรงงานผลิตและอาคารพักคนงาน โดยเพลิงลุกไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2564 จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด ในเบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของโรงงานดังกล่าวและอาคารพาณิชย์ข้างเคียงที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ว่าบริษัท สุภาภรณ์พลาสติก จำกัด ได้ทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 721-01551-6 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 1 มกราคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 1 มกราคม 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 210,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) 65,000,000 บาท สต๊อกสินค้าและวัตถุดิบ 47,000,000 บาท และเครื่องจักรรวมอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ 98,000,000 บาท
สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม และเร่งสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหายแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประกอบการที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันอัคคีภัย หรือการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในโรงงานหรือสถานที่ประกอบการ และการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากกรณีที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ตามระยะเวลาและรายได้ที่ขาดหายไปในระหว่างที่กำลังซ่อมแซม รวมถึงการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้ประกอบการมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลอื่น เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Line Chatbot@Oicconnect     ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ลงพื้นที่ทันที เพื่อช่วยเหลือด้านประกันภัยกรณีอุบัติเหตุรถยนต์ BMW ข้ามเกาะไปชนรถยนต์ซูซูกิ เสียชีวิต 3 ราย ที่จังหวัดเพชรบูรณ์

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
16 June 2564

คปภ. ลงพื้นที่ทันที เพื่อช่วยเหลือด้านประกันภัยกรณีอุบัติเหตุรถยนต์ BMW ข้ามเกาะไปชนรถยนต์ซูซูกิ เสียชีวิต 3 ราย ที่จังหวัดเพชรบูรณ์

 
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW ทะเบียน 3กก 7558 กทม. ข้ามเกาะกลางถนนไปเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน 1ขฐ 9316 กทม. ที่หลักกิโลเมตรที่ 180-181 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2564 นั้น เบื้องต้น ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 2 (นครสวรรค์) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการทำประกันภัยพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัย ตลอดจนติดตามรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งให้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับผู้ประสบภัยและครอบครัว เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่ารถยนต์เก๋งที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ได้ทำประกันภัยรองรับ ไว้ดังนี้ 
1. รถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW ทะเบียน 3กก 7558 กทม. ได้ทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ NCMI9008333262 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุด ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000 - 500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน 
2. รถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน 1ขฐ 9316 กทม. ได้ทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ SMD/VVC/20-C6883089 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 3 กันยายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 3 กันยายน 2564 โดยคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บสูงสุด ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) กรมธรรม์เลขที่ SMD/VV1/20-11591276 เริ่มคุ้มครองวันที่ 3 กันยายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 3 กันยายน 2564 โดยคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย อนามัยของบุคคลภายนอก 500,000 บาทต่อคน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 5,000,000 บาท ความเสียหายต่อรถยนต์ 490,000 บาทต่อครั้ง และคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีสูญเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ของผู้ขับขี่/ผู้โดยสาร (5 คน) 200,000 บาทต่อคน ค่ารักษาพยาบาล 200,000 บาทต่อคน และประกันตัวผู้ขับขี่ 200,000 บาท 
สำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย บริษัทประกันภัยดังกล่าวพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตโดยทันที หากได้ยื่นหลักฐานครบถ้วนแล้ว ในส่วนผู้บาดเจ็บขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ได้ประสานกับบริษัทประกันภัยเข้าไปอำนวยความสะดวกและรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลโดยตรง โดยผู้บาดเจ็บไม่ต้องสำรองจ่าย    
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในอุบัติเหตุครั้งนี้มีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ ไว้ด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้ประสบภัยมีการทำประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้อีกด้วย
 
"ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและมีความห่วงใยต่อผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมจะดูแลในด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาและกับทุกคน เพื่อความอุ่นใจควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยเฉพาะการประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การประกันภัยรถภาคสมัครใจ และการประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศ เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาสำหรับบุคคลภายนอก ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ประจำปี 2564

ประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง การประกวดผลงานนักเรียนตามโครงการอัจฉริยะยุวชนประกันภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

คปภ. ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานทินเนอร์และโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ย่านบางขุนเทียน

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
06 June 2564

คปภ. ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานทินเนอร์และโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ย่านบางขุนเทียน

 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัท เซี่ยงไฮ้เพ้นท์แอนด์ฮาร์ดแวร์ จำกัด เลขที่ 45 ซอยท่าข้าม 14 ถนนท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงงานผสมสี และได้ลุกลามไปติดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าและฉีดพลาสติก ดำเนินกิจการโดย บริษัท กำจรอุตสาหกรรม จำกัด ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกันได้รับความเสียหายด้วย เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเข้าไปช่วยดับเพลิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต แต่อย่างใด ในเบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์เพลิงไหม้อย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของโรงงานดังกล่าว เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ว่า บริษัท เซี่ยงไฮ้เพ้นท์แอนด์ฮาร์ดแวร์ จำกัด และบริษัทกำจรอุตสาหกรรม จำกัด ได้ทำประกันภัยไว้ ดังนี้ 
1. บริษัท เซี่ยงไฮ้เพ้นท์แอนด์ฮาร์ดแวร์ จำกัด เลขที่ 45 ซอยท่าข้าม ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2 ฉบับ ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยเลขที่ 015-FR-2021-0000261 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 19 มีนาคม 2564 สิ้นสุดวันที่ 19 มีนาคม 2565 ซึ่งได้ขยายความคุ้มครองรวมถึงภัยลมพายุ ภัยน้ำท่วม ภัยแผ่นดินไหว ภัยลูกเห็บ ภัยเนื่องจากน้ำ และภัยจากการระเบิด จำนวนเงินเอาประกันภัย 4,613,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างรวมส่วนปรับปรุงต่อเติมอาคาร (ไม่รวมฐานราก) และกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัยเลขที่ 001-FR-2019-0084338 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 25 ธันวาคม 2562 สิ้นสุดวันที่ 25 ธันวาคม 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,022,720 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ ตัวอาคารสำหรับบ้านพักคนงาน และโรงจอดรถ (ไม่รวมรากฐาน) 
2. บริษัท กำจรอุตสาหกรรม จำกัด เลขที่ 47 ซอยท่าข้าม ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้กับ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยเลขที่ 30-21-00010016 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 สิ้นสุดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 46,706,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ คือ สิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) 26,500,000 บาท เฟอร์นิเจอร์ สิ่งตกแต่งติดตั้งตรึงตราและของใช้ต่าง ๆ 8,337,000 บาท สต๊อกสินค้า 1,300,000 บาท และเครื่องจักรและเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ 10,569,000 บาท 
สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม และเร่งสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหายแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประกอบการที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัย เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันอัคคีภัย หรือการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในโรงงานหรือสถานที่ประกอบการให้ครอบคลุมและเต็มมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ๆ รวมถึงการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

Pages

Subscribe to RSS - ข่าว