ข่าว

บอร์ด คปภ. เห็นชอบให้นายทะเบียนสั่ง “เอเชียประกันภัย” หยุดรับประกันภัยชั่วคราว คุมเข้มห้ามรับลูกค้ารายใหม่ ต้องจ่ายเคลมลูกค้ารายเดิมตามปกติ • เลขาธิการ คปภ. สั่งมาตรการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนเต็มพิกัด

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
23 September 2564

บอร์ด คปภ. เห็นชอบให้นายทะเบียนสั่ง “เอเชียประกันภัย” หยุดรับประกันภัยชั่วคราว คุมเข้มห้ามรับลูกค้ารายใหม่ ต้องจ่ายเคลมลูกค้ารายเดิมตามปกติ 

• เลขาธิการ คปภ. สั่งมาตรการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนเต็มพิกัด
 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป
 
ทั้งนี้ จากปรากฏพฤติการณ์และหลักฐานต่อนายทะเบียนว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะการเงินไม่มั่นคง โดยมีประมาณการหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน มีสภาพคล่องไม่เพียงพอสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และปรากฏว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าบริษัท    มีความสามารถในการชำระหนี้ตามภาระผูกพันที่มีต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้ มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้า อันเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย และยังคงมีจำนวนค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อฐานะและการดำเนินการของบริษัท ตลอดจนชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจประกันภัย มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยไม่เป็นไปตามแบบและข้อความที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน 
จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏหลักฐานดังกล่าว นายทะเบียนจึงเห็นว่า บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) มีฐานะหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน เพื่อให้การกำกับดูแล        และติดตามการแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการติดตามความมั่นคงทางการเงินและธุรกรรมการดำเนินงานที่ถูกต้องโปร่งใส อันจะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน รวมถึงป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยและประชาชนในอนาคต 
โดยคณะกรรมการ คปภ. พิจารณาจากพฤติการณ์และหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวโดยละเอียดแล้ว เห็นชอบให้นายทะเบียนใช้อำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยสั่งให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ห้ามเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สิน และให้บริษัทเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงาน โดยกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้บริษัทดำเนินการ ดังนี้ 
1. เพิ่มทุนหรือแก้ไขฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน และให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับคำสั่ง ให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการทุก 7 วัน
2. จัดทำรายงานสรุปรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เช่น หมายเลขกรมธรรม์ประกันภัย ชื่อผู้เอาประกันภัย จำนวนเงินที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และจัดส่งรายงานให้สำนักงาน คปภ. ทุกวันทำการนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และให้บันทึกรายการในสมุดทะเบียน สมุดบัญชี คำนวณและดำรงเงินสำรองประกันภัย  ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามกฎหมาย
3. บันทึกรายการทางทะเบียนแสดงรายการค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
4. เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
 
“การออกคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวจะช่วยให้สำนักงาน คปภ. สามารถคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนได้เต็มที่โดยสามารถเข้าไปควบคุมบริษัทฯ ได้เต็มพิกัด และจัดการเคลียร์ปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้สั่งการไปยังสายตรวจสอบและสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ตลอดจนสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ ตรวจสอบสาขา/สำนักงานตัวแทนของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และให้ดำเนินการแจ้งการสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัท/ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยขายกรมธรรม์รายใหม่ในระหว่างการหยุดรับประกันภัย พร้อมทั้ง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำที่บริษัท เพื่อควบคุมดูแลให้บริษัทดำเนินการตามเงื่อนไข          ที่นายทะเบียนกำหนดแล้ว สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หากพบว่า มีการกระทำความผิด จะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากบริษัทยังต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามปกติ และอุตสาหกรรมประกันภัยโดยภาพรวมไม่มีความเสี่ยง              ในเชิงระบบ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th”
 
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกาศนายทะเบียน เรื่อง กำหนดการจ่ายเงินอื่นของบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว พ.ศ.2564

< >
วันที่เผยแพร่: 
23 September 2564
หมวดหมู่ข่าว: 

คำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2564 เรื่อง ให้บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) แก้ไขฐานะและดำเนินการตามที่นายทะเบียนกำหนดและหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว

< >
วันที่เผยแพร่: 
23 September 2564
ไฟล์ต่างๆ: 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ออก 7 มาตรการผ่อนผัน สำหรับบริษัทประกันที่มีเคลมประกันโควิด เพื่อเสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกันให้กับประชาชน

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
23 September 2564

คปภ. ออก 7 มาตรการผ่อนผัน สำหรับบริษัทประกันที่มีเคลมประกันโควิด เพื่อเสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกันให้กับประชาชน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 
16 กันยายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564 และประธานบอร์ด คปภ. ได้ลงนามประกาศ คปภ. ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 
 
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบันที่มีความรุนแรงทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทประกันวินาศภัยจำนวนหนึ่งต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากกรณีดังกล่าวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท รวมทั้งเพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการปรับฐานะการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ และสามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว คปภ. จึงได้ออกมาตรการเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องในการดำเนินงานให้กับบริษัทประกันวินาศภัย  7 มาตรการ ดังนี้
1.  ยกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัยจากการรับประกันภัย COVID-19 
2.  ให้สามารถนับเงินกู้ยืมด้อยสิทธิ์ตามลักษณะที่กำหนดมาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ 
3.  ผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ขั้นต่ำ 
4.  ยกเว้นการนำค่าเผื่อความผันผวนที่เรียกว่า  provision of adverse deviation (PAD) มาคำนวณเงินกองทุน
5.  สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง 
6.  สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในการคำนวณเงินสำรอง 
7.  อนุญาตให้บริษัทมีสัดส่วนของเงินสดและเงินฝากธนาคารที่บริษัทใช้สำหรับการบริหารสภาพคล่องได้เกินร้อยละ 5 
ทั้ง 7 มาตรการ เป็นการสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทประกันภัย ทำให้บริษัทประกันภัยมีสภาพคล่องทางการเงินที่จะนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลดภาระด้านการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จาก Buffer ที่ตั้งไว้ ผ่อนผันให้บริษัทถือเงินสดในมือได้มากขึ้น และยังเพิ่มทางเลือกให้กับบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นที่บริษัทสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วกว่าการเพิ่มทุน และลดภาระค่าธรรมเนียมในการฝากเงินกับสถาบันการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทประกันภัยมีเวลามากขึ้นในการดำเนินการปรับปรุงฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทสามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันได้ โดยประกาศฯ ได้กำหนดลักษณะของบริษัทประกันวินาศภัยที่สามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันไว้ 2 ประการ คือ
1. ต้องมีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 เป็นจำนวนมากกว่า 500 ล้านบาทก่อนการยื่นขอผ่อนผัน และ
2. มีการประมาณการว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2565 อาจต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด 
นอกจากนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ไม่น้อยกว่า 75% ของเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่มีการยื่นต่อสำนักงาน คปภ. และ
2. มีเงินกองทุน และ/หรือสินทรัพย์สภาพคล่องเพียงพอสำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19 
บริษัทที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นสามารถยื่นคำขอผ่อนผันต่อนายทะเบียน โดยจะต้องจัดทำแผนการดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนต่อนายทะเบียนทุก 15 วัน และต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเพียงพอของเงินกองทุน กระบวนการในการบริหารเงินกองทุนของบริษัท และการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน รวมถึงการประเมินหนี้สินจากสัญญาประกันภัย โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังใช้มาตรการผ่อนผันตามประกาศนี้ด้วย ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรวม 3 ชุด เพื่อกำกับดูแล กลั่นกรองพิจารณาคำขอ และตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจยกเลิกมาตรการผ่อนผันได้ทันที
 
“มาตรการผ่อนผันดังกล่าวเป็นกลไกชั่วคราวที่มุ่งช่วยเหลือบริษัทประกันภัยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องรายกรณี โดยจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัย COVID-19 ให้มีเงินเพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลและติดตาม ตรวจสอบฐานะการเงินและความมั่นคง รวมถึงสภาพคล่องของบริษัทอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมาตรการผ่อนผันนี้ไม่ได้เป็นการยกเว้นกลไกของกฎหมายตามปกติ แม้บริษัทประกันภัยจะได้รับมาตรการผ่อนผัน แต่หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนก็มีอำนาจยกเลิกการผ่อนผันได้ หรือหากมีการดำเนินการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย สำนักงาน คปภ. ก็พร้อมที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายตามช่องทางปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ซึ่งกลไกทางกฎหมายตามบทบัญญัติต่าง ๆ ที่สำนักงาน คปภ. จะสามารถเข้าไปควบคุมดูแลก็ยังคงอยู่ จึงขอให้มั่นใจว่าสำนักงาน คปภ. จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัยติดต่อสายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
หมวดหมู่ข่าว: 

ประกันภัยโควิดช่วยเยียวยาความเดือดร้อนแก่ประชาชนแล้วกว่า 9,428 ล้านบาท • คปภ. คุมเข้มบริษัทประกันภัย เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัย

< >
วันที่เผยแพร่: 
21 September 2564

ประกันภัยโควิดช่วยเยียวยาความเดือดร้อนแก่ประชาชนแล้วกว่า 9,428 ล้านบาท

• คปภ. คุมเข้มบริษัทประกันภัย เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัย
 
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่สูง ทำให้มีผู้เอาประกันภัยยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนปริมาณรายวันเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลสถิติการรับประกันภัยโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 พบว่ามียอดกรมธรรม์สะสมสูงถึง 39.86 ล้านฉบับ เบี้ยประกันภัยสะสม 11,250 ล้านบาท ขณะที่มียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสะสมถึง 9,428.63 ล้านบาท 
 
ทั้งนี้ อัตราการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ในอัตราคงที่ แต่นับจากเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม 2564 มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นและมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม โดยเริ่มจากเดือนเมษายน 2564 มียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสะสม 308.96 ล้านบาท เดือนพฤษภาคม 1,143.09 ล้านบาท เดือนมิถุนายน 2,050.49 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม 3,996.22 ล้านบาท และเดือนสิงหาคมสูงถึง 9,428.63 ล้านบาท แม้อัตราการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และมีผลกระทบต่อบางบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยโควิด-19 แต่เบี้ยประกันภัยของอุตสาหกรรมประกันภัยตั้งแต่มีนาคม 2563- มิถุนายน 2564 มีเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบกว่า 340,230 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตกว่า 794,500 ล้านบาท โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งอุตสาหกรรมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบมีกว่า 340,230 ล้านบาท คิดเป็นเพียงร้อยละ 3 ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบ ซึ่งจากการที่ทำการทดสอบภาวะวิกฤตล่าสุด ยังไม่พบความเสี่ยงในเชิงระบบ สำหรับบริษัทประกันภัยบางบริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่อง สำนักงาน คปภ.   มีการกำกับดูแลฐานะทางการเงินและการดำเนินการของบริษัททั้งการกำกับดูแลนอกที่ทำการบริษัทและการเข้าตรวจสอบที่ทำการบริษัท ควบคู่กับการออกออกมาตรการเร่งด่วนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
 
“ณ เดือนสิงหาคม 2564 ประกันภัยโควิด-19 ได้เข้าไปเยียวยาประชาชนถึงกว่า 9,428 ล้านบาทแล้ว และคาดว่าจะมีการเยียวยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในเชิงระบบของธุรกิจประกันภัย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและจะติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ หากมีการดำเนินการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกับบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย 
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. เร่งติดตามกรณีบริษัทประกันภัยเลิกจ้างพนักงาน พร้อมเข้าตรวจสอบและควบคุมเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน

< >
วันที่เผยแพร่: 
19 September 2564

คปภ. เร่งติดตามกรณีบริษัทประกันภัยเลิกจ้างพนักงาน พร้อมเข้าตรวจสอบและควบคุมเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่าบริษัทประกันวินาศภัยแห่งหนึ่งได้แจ้งการเลิกจ้างพนักงานของบริษัทฯ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เบื้องต้นได้รับรายงานจากบริษัทแห่งนี้ว่า กรณีดังกล่าวบริษัทฯ ได้ดำเนินการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยตามภาระผูกพันได้ และยังคงพนักงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไว้  
 
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ตระหนักถึงความกังวลของประชาชนจากกรณีข่าวของบริษัทแห่งนี้ และเพื่อกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย พร้อมทั้งดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ได้ดำเนินการและออกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ดังนี้ 
1. ส่งทีมตรวจสอบเข้าไปตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยบูรณาการร่วมกับสายกฎหมายและคดี และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่พบการเลิกประกอบกิจการของบริษัท และยังไม่พบพฤติการณ์การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินแต่อย่างใด ซึ่งมีกลไกทางกฎหมายในการป้องกันและควบคุมในส่วนนี้อยู่ อีกทั้ง ก็ยังไม่พบว่ามีบริษัทประกันภัยอื่นมีปัญหาในลักษณะดังกล่าว
ทั้งนี้ การเลิกประกอบกิจการ ต้องมีขั้นตอนการดำเนินการ โดยต้องยื่นขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยื่นเข้ามาแต่อย่างใด
2. จะเชิญคณะกรรมการและผู้บริหารบริษัทฯ เพื่อทราบเจตจำนงและชี้แจงในกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม พร้อมทั้ง ให้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย 
3. ได้กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นไว้อย่างเป็นระบบและขั้นตอน โดยจะเริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก ทั้งนี้ หากพบว่าบริษัทฯ มีพฤติการณ์ที่เป็นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน จะเร่งใช้มาตรการทางกฎหมายโดยเคร่งครัดอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้ปัญหาลุกลามบานปลาย 
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ต้องมีสภาพคล่องเพียงพอเพื่อเร่งจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ให้เป็นไปตามคำสั่งสำนักงาน คปภ.  เรื่อง ให้แก้ไขเพิ่มเติมคู่มือ ระบบงาน และกระบวนการดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2564 ซึ่งบริษัทฯ สามารถเข้าร่วมมาตรการผ่อนปรน ตามที่คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้เห็นชอบมาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว 
 
“สำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการของบริษัทฯ และบริษัทประกันภัยอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดและทันที หากมีกรณีที่จะกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชน จะดำเนินการทุกมาตรการที่เกี่ยวข้องควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องอย่างเต็มความสามารถไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนไปยังบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยโควิด-19               ให้ดำเนินการต่าง ๆ อย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของประชาชน และคำถึงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ดังกล่าว สำหรับบริษัทที่มีปัญหาด้านสภาพคล่อง สำนักงาน คปภ. ได้ออกมาตรการผ่อนปรนรองรับไว้แล้ว เพื่อดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถในทุกมิติ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. “คว้า รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ” ประจำปี 2564 จากผลงานประกันภัยเพื่อประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
18 September 2564

คปภ. “คว้า รางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการประจำปี 2564 จากผลงานประกันภัยเพื่อประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19

 

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เข้าร่วมรับมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้รับรางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ จากผลงานประกันภัยเพื่อประชาชนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นรางวัลที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (...) พิจารณามอบให้กับหน่วยงานของรัฐที่มีผลการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ  

 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า รางวัลบริการภาครัฐที่สำนักงาน คปภ. ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรของสำนักงาน คปภ. ที่ได้ทุ่มเททำงานให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยสำนักงาน คปภ. ได้ผลักดันให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยคุ้มครองโรคโควิด-19 และออกนโยบายให้ความเห็นชอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยดังกล่าวด้วยกระบวนการแบบรวดเร็ว โดยรอบคอบ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการเฉพาะอย่างทันสถานการณ์ด้วยเบี้ยประกันภัยที่ไม่สูง รวมทั้ง ได้นำทีมภาคธุรกิจประกันภัยส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองแก่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนนำการประกันภัยนี้ไปต่อยอดเพื่อขยายการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และยังจัดให้มีกระบวนการดูแลประชาชนอย่างครบวงจรเมื่อเกิดปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมอีกด้วย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ยังคงมุ่งมั่นและให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อให้บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยนำกลยุทธ์น่านน้ำสีคราม “Blue Ocean Strategy” เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการและการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงนำนวัตกรรมบริการเชิงสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มคุณค่าด้านการประกันภัยให้กับประชาชนได้ในทุกมิติของความเสี่ยงภัย ดังนี้ ในปีงบประมาณ 2564 สำนักงาน คปภ. ได้เริ่มใช้แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (.. 2564-2568) แผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน คปภ. ระยะ 3 ปี (.. 2564-2566) แผนการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ SMART OIC แผนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ 3 (.. 2564-2568) และแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ระยะ 3 ปี  เป็นปีแรก เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ด้วยการพัฒนากระบวนการทำงานภายใน รวมถึงพัฒนาการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ

 

รางวัลที่สำนักงาน คปภ. ได้รับในครั้งนี้ แสดงถึงความสำเร็จในระดับหน่วยงานที่พัฒนาคุณภาพการให้บริการ มีระบบการบริหารงานและการบริหารจัดการภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งต้องขอขอบคุณด้านกำกับ โดยเฉพาะทีมงานจากสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญทำให้สำนักงาน คปภ. สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้ โดยสำนักงาน คปภ. จะมุ่งมั่นทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการให้บริการ รวมทั้งจะส่งเสริมและผลักดันให้ระบบประกันภัยมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกระดับเพื่อช่วยพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นต่อไปเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ย่านชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
13 September 2564

คปภ. ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือด้านการประกันภัย กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ย่านชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ร้านเดอะนัชชา เลขที่ 147/1 ถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นร้านอาหารและผับ ดำเนินกิจการโดยบริษัท คาสเซิล กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และเพลิงได้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงกว่า 10 คูหา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 ในเบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี เร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี ได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้กับผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เพลิงไหม้แล้ว รวมทั้งติดตามและตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของโรงงานดังกล่าว เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
 
ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี ว่าบริษัท คาสเซิล กรุ๊ปอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดทำประกันภัยไว้กับบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ดังนี้
1. การประกันภัยอัคคีภัย 2 กรมธรรม์ ได้แก่ กรมธรรม์เลขที่ 401-21-11-104-00016 (ร้านร้านเดอะนัชชา) เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 8 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 8 เมษายน 2565 จำนวนเงินเอาประกันภัย 120,000,000 บาท และกรมธรรม์เลขที่ 401-20-11-109-00015 (ร้านอาหาร ฟุซเบกิสถาน) เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 23 กันยายน 2563 สิ้นสุดวันที่ 23 กันยายน 2564 จำนวนเงินเอาประกันภัย 70,000,000 บาท ทรัพย์สินที่เอาประกันภัย คือ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมฐานราก) และส่วนปรับปรุงอาคาร เฟอร์นิเจอร์ สิ่งตกแต่งติดตั้งตรึงตราและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงสต๊อกสินค้า 
2. การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตามกรมธรรม์เลขที่ CPL0020902 เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 25 ธันวาคม 2563 สิ้นสุดวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ให้ความคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย ต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีของบุคคลภายนอก อันเกิดขึ้นจากการละเมิด หรือประมาทเลินเล่อของผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้าง จำนวนเงินจำกัดความรับผิดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อเหตุการณ์และตลอดระยะความคุ้มครอง
สำหรับการติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม และเร่งสำรวจภัยเพื่อประเมินความเสียหายแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมบูรณาการเพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม
 
"สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบการและประชาชนควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันอัคคีภัย หรือการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในอาคารหรือสถานที่ประกอบการให้ครอบคลุมและเต็มมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ๆ รวมทั้งการทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักที่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากกรณีที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ตามระยะเวลาและรายได้ที่ขาดหายไป ในระหว่างที่กำลังซ่อมแซม ตลอดจนการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่ให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้ประกอบการมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลอื่น และการประกันภัยประเภทอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของผู้ประกอบการ เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Line Chatbot@Oicconnect ข้อมูลอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. ถือฤกษ์เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 ออฟไลน์-ออนไลน์ เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา 14 ปี

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
09 September 2564

คปภ. ถือฤกษ์เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 ออฟไลน์-ออนไลน์ เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา 14 ปี

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 สำนักงาน คปภ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบกรณีบริษัทประกันภัยจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ล่าช้า โดยมีคณะผู้บริหาร คปภ. พนักงานและลูกจ้าง สำนักงาน คปภ. ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เข้าร่วมเปิดศูนย์ฯ ผ่านระบบ Microsoft Team 
  
ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวเปิดศูนย์ฯ ในตอนหนึ่งว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบกรณีบริษัทประกันภัยจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ล่าช้า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนจากผลกระทบในกรณีดังกล่าวของประชาชนผู้เอาประกันภัย โดยได้ออก 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อกำกับดูแลบริษัทประกันภัยที่เสนอขายประกันภัยโควิด-19 อย่างใกล้ชิดไปแล้ว ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัยควบคู่กับการดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนดังกล่าว จึงตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 โดยเฉพาะขึ้น โดยถือฤกษ์เปิดให้บริการในวันนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน คปภ. ครบ 14 ปี โดยศูนย์ฯ แห่งนี้จะรับเรื่องร้องเรียนกรณีบริษัทประกันภัยจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ล่าช้า ซึ่งแยกจากช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนปกติ โดยจะบูรณาการร่วมกับคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และคณะทำงานชุดย่อยทั้ง 4 ชุด ของสำนักงาน คปภ. ที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้จะจัดทีมรับเรื่องร้องเรียนดังนี้ ทีมรับเรื่องเจอจ่ายจบ ทีมรับเรื่องค่าชดเชยรายวัน ทีมรับเรื่องค่ารักษาพยาบาล และทีมรับเรื่องเกี่ยวกับประเด็นอื่น ๆ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร One Stop Service และครอบคลุมในทุกมิติความคุ้มครองของการประกันภัยโควิด-19  นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยยังสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนและติดตามความคืบหน้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งได้เปิดช่องทางสำหรับประกันภัยโควิด-19 โดยเฉพาะ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยไม่สะดวกเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ฯ   
ทั้งนี้ มีสถิติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน 2564 โดยมีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 3,145 เรื่อง และประเด็นเรื่องร้องเรียนที่พบมากสุด คือ บริษัทประกันภัยยังไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ  
 
“ผมหวังว่าการเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 โดยเฉพาะขึ้น ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัยได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. พร้อมจะดำเนินการ ในทุกมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยทุกคนได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 จึงเชื่อว่าผลกระทบจากกรณีปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้าจะคลี่คลายโดยเร็ว ทั้งนี้ หากต้องการร้องเรียนกรณีดังกล่าวหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก หรือ www.oic.or.th หรือสายด่วน คปภ.1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

คปภ. เพิ่ม 4 มาตรการเร่งด่วน เร่งแก้ปัญหาบริษัทประกันจ่ายค่าเคลมประกันโควิดล่าช้า เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยแก่ประชาชน

< >
<
>
วันที่เผยแพร่: 
07 September 2564

คปภ. เพิ่ม 4 มาตรการเร่งด่วน เร่งแก้ปัญหาบริษัทประกันจ่ายค่าเคลมประกันโควิดล่าช้า เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยแก่ประชาชน

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ได้มีผู้เอาประกันภัยหลายรายมายื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงาน คปภ. กรณีบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ปฏิเสธและปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 โดยสำนักงาน คปภ. ได้อำนวยความสะดวกและรับเรื่องร้องเรียนของผู้เอาประกันภัยไว้ทุกราย เพื่อช่วยติดตามและสั่งการให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงาน คปภ. เรื่อง ให้แก้ไขเพิ่มเติมคู่มือ ระบบงาน และกระบวนการดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2564 โดยเคร่งครัด 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์ที่มีบริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิดล่าช้า สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย ด้วยความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ส่งทีมงานจากสายตรวจสอบ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และติดตาม การปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และในวันนี้ ได้มีการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และคณะทำงานชุดย่อยทั้ง 4 ชุด ของสำนักงาน คปภ. เพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายกับบริษัท    ที่มีเจตนาประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 โดยได้เชิญผู้บริหารบริษัทประกันภัย มาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธและปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของผู้เอาประกันภัยที่เข้าร้องเรียนและติดตามทวงถามการจ่ายเคลมประกันโควิด-19 รวมถึงกรณีที่ไม่สื่อสารที่สร้างความเข้าใจให้กับผู้เอาประกันภัย ตลอดจน  ได้แจ้งมาตรการทางกฎหมายที่จะดำเนินการ หากยังคงฝ่าฝืนคำสั่งฯ และประกาศฯ ที่เกี่ยวข้อง 
ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 4 มาตรการเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้   
1. เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กรณีบริษัทกระทำการเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2549 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท โดยจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ ในวันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 และหากพบว่าบริษัทประกันภัยแห่งใด จงใจฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ก็จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ 
2. ให้บริษัทฯ เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด-19 ให้แล้วเสร็จ โดยในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องของบริษัทฯ มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องเรียนในแต่ละกรณีเพื่อให้สามารถยุติเรื่องร้องเรียนโดยเร็ว
3. ให้บริษัทฯ ปรับปรุงหน่วยงานรองรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 โดยเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย และให้นำระบบออนไลน์มาใช้ในการบริหารจัดการการรับเรื่องร้องเรียนและการติดตามความคืบหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาที่บริษัทฯ รวมทั้งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้เอาประกันภัย 
4. ให้บริษัทฯ เร่งปรับปรุงและเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้เอาประกันภัยให้ถูกต้องและชัดเจน 
 
“สำนักงาน คปภ. ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าจะดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับทุกบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมทั้งจะติดตามและดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้บริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนจะบูรณาการเพื่อแก้ไขกรณีการจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ   ที่เกี่ยวข้อง จึงเชื่อว่าปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้าจะคลี่คลายโดยเร็ว ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย ติดต่อได้ที่สายด่วน คปภ.1186 หรือ Add Line Official@oicconnect หรือ website คปภ. www.oic.or.th” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย
 
หมวดหมู่ข่าว: 

Pages

Subscribe to RSS - ข่าว