วัยทำงาน

วัยทำงาน

วัยทำงาน เป็นฐานสำคัญของครอบครัว เป็นที่พึ่งของคนในครอบครัว และเป็นวัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในวัยนี้จึงควรดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวัง วางแผนอนาคตสำหรับตนเองและครอบครัว ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ และการออมเพื่อไว้ใช้จ่ายในวันข้างหน้าหรือในวัยเกษียณ

แม้ว่าวัยเริ่มต้นทำงานยังมีรายได้ไม่สูงมากนัก และรายได้ส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าใช้จ่ายประจำวันการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายสังสรรค์กับเพื่อน ทำให้เมื่อพูดถึงการทำประกัน หลายคนจะมองว่าการทำประกันทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่จริงๆ แล้ว การทำประกันเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

การป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำประกันจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสร้างความคุ้มครองชีวิต และช่วยบรรเทาภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างน้อยเงินเอาประกันภัยหรือความคุ้มครองที่ได้รับจากบริษัทประกันจะช่วยให้บุพการีหรือผู้ที่อยู่ในอุปการะสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้

ข้อดีของการทำประกันภัยในช่วงวัยทำงาน

  • มีเงินออมเพื่อการศึกษาในอนาคต
  • มีความคุ้มครองเรื่องของอุบัติเหตุและสุขภาพ
  • มีความคุ้มครองด้านรายได้ของพ่อแม่ ผู้ปกครอง หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ข้อแนะนำก่อนทำประกัน

 

  • ควรศึกษาข้อเปรียบเทียบเรื่องการประกันภัยจากหลายๆ บริษัท เพื่อดูข้อดีข้อเสียของแต่ละที่ โดยสอบถามจากบริษัทตัวแทนประกันโดยตรง
  • ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ที่รวบรวมความเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับการทำประกันภัยต่างๆ ทั้งข้อดีและข้อเสียที่ได้รับจากประสบการณ์จริง อย่างไรก็ตามข้อมูลที่มีผู้เขียนตามเว็บไซต์อาจเป็นบริษัทประกันมาเขียนเชียร์เอง จึงควรใช้ความพินิจพิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายๆ ด้านเช่นกัน
  • การซื้อสัญญาแนบท้าย เพื่อรับความคุ้มครองในกรณีอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น ค่าเบี้ยประกันของสัญญาแนบท้ายจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
  • การซื้อประกันชีวิตแบบควบการลงทุน ผู้ซื้อควรจะต้องมีความรู้เรื่องการลงทุน รวมถึงความเข้าใจเรื่องของความเสี่ยงจากการลงทุนอยู่ด้วย เพราะอาจเกิดความเสียหายต่อมูลค่าเงินลงทุนในกรมธรรม์ของตัวเองได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ และหากคิดว่าตัวเองมีความรู้เรื่องของการลงทุนไม่มากพอ ควรปรึกษาตัวแทนหรือผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) ที่มีความรู้เรื่องการลงทุนเป็นอย่างดี

ประกันภัยที่เหมาะกับวัยทำงาน

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

คุ้มครองผู้เอาประกันภัย โดยมีกำหนดระยะเวลาประกันภัยที่แน่นอน เช่น 10 ปี 20 ปี หรือครบอายุ 60 ปี การจ่ายเงินผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรืออยู่จนครบสัญญา ซึ่งกรณีเสียชีวิตภายในระยะเวลาประกัน บริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับผู้รับผลประโยชน์ แต่หากผู้เอาประกันภัยส่งเงินประกันครบและมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา จะได้รับเงินเอาประกันภัยคืน

เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมทรัพย์และการคุ้มครองชีวิตไปพร้อมๆ กัน และสามารถใช้สิทธิ์นำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบนี้จะมีค่าเบี้ยที่ค่อนข้างสูง จึงควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทประกันหลายๆ แห่งก่อนตัดสินใจ

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

คุ้มครองผู้เอาประกันภัยตลอดชีพหรือจนถึงผู้เอาประกันภัยมีอายุ 90 ปี กรณีเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับผู้รับผลประโยชน์ หรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยเมื่ออายุ 90 ปี

เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตและต้องการเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายครั้งสุดท้ายหรือมอบเป็นมรดกแก่ทายาท สามารถใช้สิทธิ์นำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบนี้จะมีค่าเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำกว่าประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

คุ้มครองรายได้ที่สม่ำเสมอเมื่อเกษียณอายุ, ทุพพลภาพ โดยมีการกำหนดวันเริ่มจ่ายเงินได้ประจำ (บำนาญ) หลังการเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปีเป็นต้นไป บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยเป็นรายงวดเท่ากันทุกงวดอย่างสม่ำเสมอ (งวดรายเดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี)เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 85 ปีหรือจนกว่าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตและเงินสะสมไว้ใช้จ่ายยามชรา สามารถใช้สิทธิ์นำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร การประกันชีวิตแบบบำนาญมีข้อดีในแง่ของการคุ้มครองชีวิตระหว่างที่ยังมีรายได้จากการทำงานอยู่ และมีรายได้ประจำให้หลังเกษียณอายุแล้ว

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

คุ้มครองผู้เอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต และเหตุอื่นๆ อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ และเงินรายได้ชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (คนไข้ใน) ซึ่งจำนวนค่าเบี้ยประกันภัยจะขึ้นอยู่กับวงเงินคุ้มครองหรือจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยทั่วไปประกันอุบัติเหตุจะเป็นประกันแบบปีต่อปี หากปีไหนไม่ต้องการทำประกันก็สามารถหยุดชำระเบี้ยประกันได้

ประกันสุขภาพ

คุ้มครองเกี่ยวกับสุขภาพ การรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้เอาประกัน ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพได้ เช่น ความคุ้มครองค่าห้อง ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น หรือเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง

ช่วงวัยทำงาน เป็นช่วงวัยที่ร่างกายยังคงแข็งแรง โดยส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการที่ได้รับจากบริษัทหรือจากกองทุนประกันสังคมอยู่ แต่ทว่าความคุ้มครองเหล่านั้น อาจไม่ครอบคลุมเพียงพอกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้นจึงควรสังเกตตนเองก่อนว่าเป็นคนเจ็บป่วยบ่อยหรือไม่ ต้องใช้ชีวิตเดินทางเป็นประจำหรือต้องทำงานอยู่กับสภาวะแวดล้อมที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่หรือไม่ หากชีวิตอยู่ในความเสี่ยงเหล่านี้ก็ควรทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมไว้ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับตนเอง เพราะนอกจากผู้เอาประกันจะมีสิทธิ์ในการเลือกสถานพยาบาล และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตนเองต้องการแล้ว ยังช่วยจำกัดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย

แบบควบการลงทุน

ประกันชีวิตควบการลงทุน เป็นรูปแบบการประกันที่ผสมผสานประโยชน์ของการคุ้มครองชีวิตและการลงทุนเข้าไว้ด้วยกัน โดยให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต และให้ผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมี 2 รูปแบบได้แก่ Unit Linked และ Universal Life

ประกันชีวิตแบบ Universal Life (UL) มีความคล้ายคลึงกับแบบ Unit Linked อย่างมาก ต่างกันก็เพียงแค่ UL มีความแน่นอนของผลตอบแทนมากกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่า และมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ โดยมีบริษัทประกันเป็นผู้บริหารการลงทุนเอง ขณะที่แบบ Unit Linked ผู้เอาประกันภัยจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่า และผู้เอาประกันภัยต้องเป็นคนบริหารการลงทุนเอง รับผิดชอบความเสี่ยงและผลขาดทุนด้วยตัวเอง

เหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต โดยต้องการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันแบบตลอดชีพ หรือแบบสะสมทรัพย์

 

 

เปรียบเทียบประกันชีวิตทั่วไป กับประกันชีวิตควบการลงทุน

  ประกันชีวิตทั่วไป ประกันชีวิตควบการลงทุน
1) ผลตอบแทน ถูกกำหนดตามแบบประกันภัยผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ แต่มีการการันตี กำหนดตายตัว

เปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งอาจจะกำไรหรือขาดทุนก็ได้

Unit Linked ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับการวางแผนลงทุน ผู้ถือกรมธรรม์เป็นคนบริหารการลงทุนเอง โดยสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทคัดเลือกมาให้

Universal Life ผลตอบแทนต่ำกว่าแบบยูนิตลิงค์ โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนเอง

2) ความเสี่ยง ไม่มีความเสี่ยงเลย บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง

Unit Linked ถ้าเลือกแผนการลงทุนแบบเสี่ยงสูง อาจมีโอกาสขาดทุนได้ ผู้ถือกรมธรรม์เป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง

Universal Life ความเสี่ยงต่ำกว่าแบบยูนิตลิงค์ โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง

3) ความยืดหยุ่น ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถเลือกอะไรได้เลย บริษัทประกันเป็นคนกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย ระยะเวลาคุ้มครอง ผลตอบแทนและความคุ้มครองที่จะได้ เองทั้งหมด

Unit Linked มีความยืดหยุ่น ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยรายงวด สามารถกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย / ระยะเวลาคุ้มครอง / ปรับเพิ่ม – ลดทุนประกัน ตามความเหมาะสมเองได้ / ถอนเงินบางส่วนจากกรมธรรม์ได้ / หยุดพักชำระเบี้ยได้ / และสามารถออกแบบพอร์ตการลงทุนของตัวเองได้

แต่ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จะไม่สามารถปรับเพิ่ม – ลดเบี้ยประกันได้ เพราะจะเป็นแบบที่เน้นการลงทุนมากกว่าการคุ้มครอง โดยจะมีทุนประกันสูงกว่าเบี้ยที่จ่ายมาเล็กน้อย

Universal Life จะมีวิธีเลือกชำระเบี้ย และลักษณะการบริหารกรมธรรม์ (เลือกความคุ้มครอง) คล้ายกับแบบยูนิตลิงค์ แต่ไม่สามารถออกแบบพอร์ตการลงทุนเองได้ (บริษัทเป็นคนบริหาร)

4) เบี้ยประกันภัย เป็นอัตราที่บริษัทกำหนดไว้และขึ้นอยู่กับจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เลือกซื้อ เพศ และอายุ โดยคำนวณรวมเป็นจำนวนเดียวทั้งค่าใช้จ่าย ความคุ้มครองและส่วนของการออม

สามารถเลือกจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จะชำระได้เอง อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเพิ่ม/ลด หรือพักการชำระเบี้ยฯ (Premium Holiday) ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด

Universal Life ความเสี่ยงต่ำกว่าแบบยูนิตลิงค์ โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง

5) การถอนเงินจากกรมธรรม์ ต้องทำการเวนคืนกรมธรรม์ และความคุ้มครองสิ้นสุดลง

สามารถถอนจากมูลค่าบัญชีกรมธรรม์บางส่วน โดยยังได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่มูลค่าบัญชีกรมธรรม์ที่คงเหลือเพียงพอในการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายใต้กรมธรรม์

6) สิทธิประโยชน์ทางภาษี เบี้ยประกันภัยสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ไม่เกิน 100,000 บาท

Unit Linked สามารถลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเบี้ยประกันในส่วนของการทำประกันชีวิตเท่านั้น (ไม่รวมส่วนการลงทุน) ไม่เกิน 100,000 บาท

Universal Life สามารถนำ “เบี้ยประกัน” ทั้งจำนวนไป “ลดหย่อนภาษี” ได้เหมือนแบบประกันทั่วไป

ประกันภัยวัยทำงาน PDF 488.54 KB
ประกันภัยเพื่อครอบครัว PDF 431.57 KB