1.     คำถาม : สาเหตุของการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)

        คำตอบ : เนื่องจากบริษัทมีปัญหาฐานะและการดำเนินงาน มีการฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ดังนี้

  1. ดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
  2. ดำรงทรัพย์สินสำหรับเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท เงินสำรอง ค่าสินไหมทดแทนและเงินสำรองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัยตามมาตรา 23 และจัดสรรสินทรัพย์ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย ตามมาตรา 27/4 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
  3. ยื่นงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหลายครั้ง มีพฤติกรรมปิดบังซ่อนเร้นฐานะการเงินหรือการดำเนินการ โดยบันทึกรายการหนี้สินจากการประกันภัยต่อ และเงินสำรองค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับรายงานแล้ว ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้สำนักงาน คปภ. ไม่ทราบฐานะการเงินที่แท้จริงของบริษัท
  4. ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทอย่างมีเงื่อนไขเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องอันเป็นสาระสำคัญ เป็นเหตุให้บริษัทมีฐานะการเงินหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน

        เพื่อมิให้ปัญหาลุกลามทำให้ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเดือดร้อนเพิ่มขึ้น นายทะเบียนโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตามมติที่ประชุม คปภ. ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มีคำสั่งที่ 17/2561 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2561 สั่งให้บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว และกำหนดเงื่อนไข 4 ข้อ ให้บริษัทดำเนินการ โดยให้ดำเนินการให้แล้วสร็จภายในวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ซึ่งในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งปรากฏว่าบริษัทยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินงานตามคำสั่งนายทะเบียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ ติดตามและกำชับเป็นลายลักษณ์อักษรให้บริษัทเร่งรัดการดำเนินการเพื่อแก้ไขฐานะและดำเนินการตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2561 มาโดยตลอด

         ก่อนครบกำหนดเวลาแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินการ บริษัทได้ขอขยายเวลาการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่ามีความคืบหน้าในการแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินการ โดยการเพิ่มทุนเป็นเงินสด และมีแผนการดำเนินการที่จะเพิ่มทุนโดยการแปลงหนี้เป็นทุน นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ในการประชุม คปภ. ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทมีความคืบหน้าในการแก้ไขฐานะและการดำเนินการโดยได้เพิ่มทุนมาแล้วบางส่วนและอยู่ระหว่างแก้ไขฐานะด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน จึงมีคำสั่ง ที่ 35/2561 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ให้ขยายระยะเวลาการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินการออกไปจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 โดยบริษัทยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวที่กำหนดเงื่อนไข 4 ข้อ ทั้งนี้ หากปรากฏหลักฐานว่าเจ้าหนี้ของบริษัทได้ตกลงหรือยินยอมเข้าร่วมโครงการแปลงหนี้เป็นทุนกับบริษัทตามคำร้องขอขยายระยะเวลา ภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ให้ขยายระยะเวลาแก้ไขฐานะและการดำเนินการออกไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2561 แต่หากเจ้าหนี้ของบริษัทดังกล่าวไม่ตกลงหรือยินยอมเข้าร่วมโครงการแปลงหนี้เป็นทุนกับบริษัทภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ให้นายทะเบียนนำเสนอคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป โดยสำนักงาน คปภ. ได้เผยแพร่คำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว และได้แจ้งคำสั่งนี้ให้บริษัททราบและเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ โดยละเอียดแล้ว และระหว่างช่วงเวลาที่กำหนดตามคำสั่งของนายทะเบียน สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหาของบริษัทอย่างใกล้ชิด ทั้งยังให้โอกาสบริษัทชี้แจงและแสดงหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา แต่จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามเงื่อนไขในคำสั่งนายทะเบียนที่ 35/2561 บริษัทยังไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ โดยไม่ปรากฏหลักฐานต่อนายทะเบียนว่าเจ้าหนี้ของบริษัทได้ตกลงหรือยินยอมเข้าร่วมโครงการแปลงหนี้เป็นทุนกับบริษัทภายในวันที่ 28 สิงหาคม 2561 อีกทั้งบริษัทยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาฐานะและการดำเนินการได้ครบถ้วน ได้แก่ ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน จำนวน 267.78 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนจำนวนร้อยละ -210.28 จัดสรรเงินสำรองตามมาตรา 23 และจัดสรรสินทรัพย์ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยตามมาตรา 27/4 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 79.44 ล้านบาท และ 157.18 ล้านบาท ตามลำดับ แม้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองงบการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 แต่รายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องอันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นเหตุให้บริษัทมีฐานะการเงินหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ดังนั้น หากให้บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน สำนักงาน คปภ. ด้วยความเห็นชอบของ คปภ. ได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังใช้อำนาจตามความในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 เสนอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท โดยต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นชอบตามที่เสนอ จึงมีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1213/2561 ลงวันที่ 7 กันยายน 2561 เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในการนี้ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 แต่งตั้งกองทุนประกันวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชี

2.      คำถาม : เงื่อนไข 4 ข้อ ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2561 ในระหว่างการสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวที่สั่งให้บริษัทแก้ไขมีอะไรบ้าง

คำตอบ : เงื่อนไข 4 ข้อ คือ

  1. ต้องดำรงเงินกองทุนให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
  2. ต้องยื่นรายงานประมาณการฐานะการเงินและความเพียงพอของเงินกองทุนเป็นรายไตรมาส เป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2561
  3. ต้องปรับปรุงการบันทึกรายการบัญชีให้ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง เพื่อให้งบการเงินของบริษัทมีความน่าเชื่อถือ และผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่แสดงความเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข หรือแบบมีเงื่อนไข ในลักษณะที่ไม่เป็นเหตุให้บริษัทมีฐานะการเงินหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน
  4. จัดให้มีระบบงานและบุคลากรที่มีคุณภาพ ได้แก่ ระบบบัญชีการเงิน ระบบการรับเงินจ่ายเงิน ระบบการจัดการค่าสินไหมทดแทน ระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายในที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และให้มีคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งให้มีการทดสอบระบบงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

3.     คำถาม : สำนักงาน คปภ. ได้เข้าไปตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายลุกลามอย่างไร

        คำตอบ : สำนักงาน คปภ.ได้ติดตามการดำเนินงานของบริษัทมาโดยตลอด และมีข้อสงสัยว่า บริษัทอาจมีการทำธุรกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้เข้าตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานในเชิงลึกจนพบว่า มีการบันทึกบัญชีไม่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริงมีผลให้บริษัทดำรงเงินกองทุน จัดสรรทรัพย์สินไว้ตามมาตรา 23 และมาตรา 27/4 ไม่ครบถ้วน สำนักงาน คปภ.จึงได้นำเสนอต่อที่ประชุม คปภ.เพื่อขอความเห็นชอบให้นายทะเบียนสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการห้ามมิให้บริษัทขยายการรับประกันวินาศภัย และกระทำการระงับธุรกรรมทั้งหมดโดยสำนักงาน คปภ. ได้เข้าควบคุมธุรกรรมการเงินเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ระหว่างที่บริษัทต้องคำสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวและ อยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งฯ จะไม่มีการโยกย้ายทรัพย์สิน หรือมีการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยและประชาชน

4.     คำถาม : การเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะกระทบต่อ ผู้เอาประกันภัยหรือไม่ และสำนักงาน คปภ. มีแนวทางการเยียวยาผลกระทบอย่างไร

        คำตอบ : สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้เอาประกันภัยของบริษัทที่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน หรือมีภาระผูกพันตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยได้จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย และผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย และขอให้บริษัทประกันวินาศภัยที่มีฐานะการเงินมั่นคงที่มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนเกินกว่าร้อยละ 200 เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 26 บริษัท ซึ่งผู้เอาประกันสามารถเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการได้

5.     คำถาม : แนวทางการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและประชาชนมีอย่างไร

        คำตอบ : แนวทางการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและประชาชนมี ดังนี้

  1. กรณีกรมธรรม์ที่ยังไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกิดขึ้น บริษัทที่เข้าร่วมโครงการฯ จะเข้ารับช่วงและให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยที่เข้ามาติดต่อบริษัท โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้เอาประกันภัยจะต้องทำสัญญาประกันภัยประเภทและชนิดเดียวกันนั้นกับบริษัทต่อไป โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมตามระยะเวลาที่ยังคงเหลืออยู่จากกรมธรรม์เดิม โดยไม่มีการคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม แต่ต้องโอนสิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่เหลือจากกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัทที่รับโอนกรมธรรม์ประกันภัยนั้นด้วย
  2. กรณีที่กรมธรรม์มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว การเรียกร้องค่าเสียหายนั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยผู้ชำระบัญชีของบริษัทที่รัฐมนตรีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต โดยสำนักงาน คปภ. ในทุกพื้นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเป็นเบื้องต้น

6.     คำถาม : บริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและผู้มีสิทธิเรียกร้องตากรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 26 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทใดบ้าง

        คำตอบ : บริษัทประกันภัย จำนวน 26 บริษัท มีรายชื่อดังต่อไปนี้

ที่

ชื่อบริษัท

รายชื่อผู้ให้บริการ

ช่องทางติดต่อ

1

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณสุภาษ  เหลืองศิริมีชัย

โทร. 02-285–7911
E-mail : supas.l@bangkokinsurance.com

 

 

คุณเกษม เจริญจรัสกุล

โทร. 02-285-8941
E-mail : kasame@bangkokinsurance.com

 

 

คุณปริศนา  ช่วยจตุรัส

โทร. 02-285-8935
E-mail : pritsana.c@bangkokinsurance.com

2

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณอรุณ  เพชรรัตน์

โทร. 02-624-1111 ต่อ 3312

E-mail : arun.p@kpi.co.th

3

บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

คุณจีระศักดิ์  รอบแคว้น

โทร. 02-100-9191 ต่อ 5711
มือถือ 086-600-5106 
โทรสาร 02-248-6977
E-mail : Jeerasakr@rvp.co.th 

4

บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

คุณศรินรัตน์ นิทัศน์ธนาวุฒิ

โทร. 02-685-3828 ต่อ 844 หรือ 845
E-mail : sarinratn@generali.co.th

 

 

คุณชนนทร์ เพ็ชญไพศิษฐ์

โทร. 02-022-8220 ต่อ 8170
E-mail : chor.nonp@generali.co.th

 

 

คุณถิรธนา วิเศษภักดี

โทร. 02-022-8220 ต่อ 8190
E-mail : tirathanav@generali.co.th

5

บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณวีรชัย วงศ์สินธุ์เชาว์

โทร. 02-611-3860
Email: veerachai.wongsinchao@chubb.com

 

 

คุณวรินทร ปฐมรัตน์

โทร. 02-611-3862
Email: Varintohn.Pathomrat@chubb.com

6

บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณปิยะ วราอุบล

โทร. 02-651-5995 ต่อ 301
มือถือ 084-664-5551
โทรสาร 02-650-9720
E-mail: Piya.Vara-ubol@Cigna.com

7

บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

คุณสุรสิทธิ์  ศิริจิระพัฒนา

โทร. 02-686-8888 ต่อ 1327
E-mail : Surasit.Sirijirapatana@tokiomarine.co.th

8

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณปราณี มณีสว่างวงศ์

โทร.02-118-4000 ต่อ 2133
E-mail : pranees@dhipaya.co.th

9

บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณทิพวรรณ เหลืองสกุลพงษ์

โทร. 02-080-1599  ต่อ 6163  
E-mail: thippawan@deves.co.th

 

 

คุณจิราภรณ์ จันทร์สมปอง

โทร. 02-080-1599  ต่อ 6111  
E-mail: chiraporn@deves.co.th

10

บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณวีริยา เหลืองธาดา

โทร. 02-613-0100 ต่อ 601-602
E-mail : veeriya@thaiins.com

11

บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณสรชา สวัสดิ์วุฒิพงษ์

โทร. 02-878-7129
E-mail : sorracha.sa@thaisri.com

12

บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)

 

คุณทิวา วงศ์ธนาภา

โทร. 02-308-9214

 

คุณสุภาวรรดี พัฒนะพงษ์วิบูลย์

โทร. 02-308-9300

13

บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณวัลลภ กันฉาย

โทร. 02-664-7755 ต่อ 7731
E-mail : vanlop_k@navakij.co.th]

14

บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)

คุณนันทิยา เจริญจิตรตระกูล

โทร. 02-257-8424

 

 

คุณบุปผารัตน์ จารุเศรษฐการ

โทร. 02-257-8426

15

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

คุณชุติมณฑน์ นุ่มรัตน์

โทร. 02-695-0800 ต่อ 2981 
Email : Chutimon_num@thaivivat.co.th

 

 

คุณราตรี โพธิ์ศรี

 โทร. 02-695-0800 ต่อ 2953 
Email : agent07@thaivivat.co.th

16

บริษัท พุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณอรทัย ขนุนทอง

โทร.02-585-9009 ต่อ 3400
มือถือ 089-488-1876
E-mail : pti.motor@hotmail.com

 

 

คุณสมบูรณ์ แก้วกิตติกาญจนา

โทร.02-585-9009 ต่อ 3300


มือถือ 089-667-6879


E-mail : pti2006@yahoo.com

17

บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณประวิทย์ พิชญ์พิธาน   

โทร. 02-676-9888 ต่อ 150
Email: pravitp@falconinsurance.co.th

18

บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย

คุณ หิรัญญา ชั่งดวงจิตร์

โทร. 02-679-6165-87 ต่อ 3102
Email: hirunya@ms-ins.co.th

19

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณนริตา บุญสุทธิ์

โทร. 02-640-7777  ต่อ 7815

 

 

คุณรุ่งทิพย์ ทองศักดิ์

โทร. 02-640-7777  ต่อ  7812

20

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณศักดิ์สยาม ไชยนิสิต

โทร. 02-665-4000 ต่อ 4187
E-mail: saksiam.c@muangthaiinsurance.com

 

 

 

คุณจักรี วรรณศิลป์

โทร. 02-665-4000 ต่อ 4760
E-mail: jhakkree.w@muangthaiinsurance.com

21

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่รับประกันภัยของบริษัทฯ ทุกสาขาทั่วประเทศ

โทรศัพท์ สายด่วน 1557
สอบถามข้อมูลผ่านเว็บไซต์บริษัท www.viriyah.co.th

22

บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณทิพวดี คงประเสริฐลาภ

โทร. 02-657-2555 ต่อ 2512
E-mail : thipwadee@sagi.co.th

23

บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณอมรศักดิ์ ศรีมงคลชัย

โทร. 02-378-7000 ต่อ 7129

 

คุณธานี  บุญวัฒนศิริ

โทร. 02-378-7000 ต่อ 1522

24

บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์

โทร. 1726
E-mail : seiccare@segroup.co.th

25

บริษัท เอซ ไอเอ็นเอ โอเวอร์ซีส์

อินชัวรันซ์ จำกัด สาขาประเทศไทย

 

คุณวีรชัย วงศ์สินธุ์เชาว์

โทร. 02-6113860
Email: veerachai.wongsinchao@chubb.com

 

คุณวรินทร ปฐมรัตน์

โทร. 02-6113862
Email: Varintohn.Pathomrat@chubb.com

26

บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

คุณสุเทพ ขันธโสภา

โทร. 02-620-8000 ต่อ 8033
โทรสาร 02-677-3979
มือถือ 081-880-4114
E-mail : suthep@aioibkkins.co.th

 

รวม

 

๒๖

7.     คำถาม : เจ้าหนี้ของบริษัทจะขอรับชำระหนี้อย่างไร

        คำตอบ : สำหรับผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยของบริษัท ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยกำหนดในประกาศ โดยให้นำเอกสารต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนา จำนวน 2 ชุด ประกอบการยื่นขอรับชำระหนี้ ดังนี้ กรมธรรม์ประกันภัย บัตรประจำตัวประชาชน ใบเคลม ใบนัดชำระหนี้ หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงถึงมูลหนี้ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล) สำหรับเจ้าหนี้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย ให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยกำหนดในประกาศ พร้อมทั้งนำเอกสารแสดงความเป็นเจ้าหนี้ ต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนา จำนวน 1 ชุด ประกอบการยื่นขอรับชำระหนี้ ดังนี้ หลักฐานแสดงถึงมูลหนี้ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นนิติบุคคล) หากเจ้าหนี้ไม่สามารถยื่นได้ด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจโดยติดอากรแสตมป์ 30 บาท พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ยื่นต่อกองทุนประกันวินาศภัย ในฐานะ ผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)

สถานที่ที่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ มีดังต่อไปนี้

ส่วนกลางยื่นได้ 3 แห่ง ดังนี้

  1. กองทุนประกันวินาศภัย อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ชั้น 15 เลขที่ 1010 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2791-1444 ต่อ 11-15 และ 21-24
  2. สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ เลขที่ 287 ซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2476-9940-3
  3. สำนักงาน คปภ. เขตบางนา เลขที่ 1/16  อาคารบางนาธานี ชั้น 8 ถนนบางนาตราด กม.3 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2361-3769-70

ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นขอรับชำระหนี้ได้ที่ สำนักงาน คปภ. ภาค และสำนักงาน คปภ. จังหวัด ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เจ้าหนี้สามารถดาวน์โหลดแบบคำทวงหนี้ได้ที่ www.gif.or.th หัวข้อ “แบบฟอร์ม” ได้อีกด้วย

8.      คำถาม : เจ้าหนี้ของบริษัทจะได้รับเงินเมื่อใด

คำตอบ : แบ่งเจ้าหนี้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัยในฐานะ ผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยกำหนดในประกาศกองทุนประกันวินาศภัย โดยจะนำหลักทรัพย์ประกันและเงินสำรองประกันภัยของบริษัทที่วางไว้กับนายทะเบียนมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่ไม่มีข้อโต้แย้ง และกองทุนประกันวินาศภัยจะนำเงินของกองทุนประกันวินาศภัยมาจ่ายส่วนที่ขาด (รวมแล้ว
    ไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อราย) ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กองทุนกำหนด
  2. เจ้าหนี้อื่น ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย ให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัยในฐานะ  ผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนประกันวินาศภัยกำหนดในประกาศกองทุนประกันวินาศภัย และหลังจากที่มีการนำทรัพย์สินของบริษัทจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยครบถ้วนแล้ว หากมีทรัพย์สินของบริษัทเหลือจะนำมาให้แก่เจ้าหนี้อื่น และหากไม่เพียงพอเจ้าหนี้อื่นจะต้องยื่นขอรับชำระหนี้ส่วนที่ขาดจากกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายอีกครั้งหนึ่ง

9.      คำถาม : สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการเพื่อมิให้บริษัทมีการโยกย้ายเงินและทรัพย์สินของบริษัทอย่างไร

คำตอบ :

  • ตั้งแต่นายทะเบียนมีคำสั่งที่ 17/2561 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2561 สั่งให้บริษัทหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว จนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท สำนักงาน คปภ. ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน หน่วยงานของรัฐ เป็นต้น เพื่อแจ้งให้ทราบการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) และขอระงับการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน และได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมการจ่ายเงิน ณ ที่ทำการบริษัท โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่บริษัททุกวันทำการ และได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาการจ่ายเงินอื่นของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อเสนอความเห็นพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายต่างๆ ต่อนายทะเบียน ให้เป็นไปตามรอบคอบ               
  • ภายหลังจากคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1213/2561 ลว. 7 กันยายน 2561 และคำสั่งแต่งตั้งกองทุนประกันวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงาน คปภ. ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน หน่วยงานของรัฐ เป็นต้น เพื่อแจ้งให้ทราบการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) และดูแลทรัพย์สินของบริษัท มิให้มีการเคลื่อนย้าย หรือยักย้ายถ่ายเท หรือนำออกไปจากสำนักงาน เว้นแต่เป็นการกระทำของผู้ชำระบัญชี
  • สำนักงาน คปภ. มีหนังสือสั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 1 – 9 ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ และเขตบางนา เพื่อแจ้งให้ทราบการมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) และให้บริการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยและประชาชนอย่างเต็มที่

10.   คำถาม : การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยหรือไม่ และภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยของไทยขณะนี้ เป็นอย่างไร

        คำตอบ :: กรณีของบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มีการดำเนินการตามลำดับขั้นตอน และมีการสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องที่บริษัทประสบปัญหาและสำนักงาน คปภ. ให้โอกาสแก้ไขและช่วยเหลือ โดยเฉพาะโครงการแปลงหนี้เป็นทุน โดยบริษัทต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่ คปภ. กำหนดไว้ แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียด จึงพบข้อเท็จจริงอื่นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายปรากฏเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีคำสั่งหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว เพื่อจำกัดความเสียหายตามมติ คปภ. นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประสานงานกับกองทุนประกันวินาศภัยอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัยคนปัจจุบัน เป็นผู้มีประสบการณ์ที่สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับกระบวนการภายหลังการเพิกถอนใบอนุญาตได้ สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอาจจะมีบ้าง แต่ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมประกันภัยในภาพรวม เนื่องจากบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.06 ทั้งนี้ ปัจจุบันตัวเลขธุรกิจประกันภัยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 มีเบี้ยประกันวินาศภัยรับตรง จำนวน 113,381 ล้านบาท อัตราการขยายตัวร้อยละ 4.76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และความมั่นคง รวมถึงมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ