ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.45 น. ได้เกิดเหตุเรือโดยสารบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนล่ม จำนวน 3 ลำ คือ เรือฟีนิกซ์ เรือเซเรนาต้า และเรือเจ็ทสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากเกาะเฮและเกาะราชา เพื่อไปยังท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เหตุเกิดบริเวณแหลมโม่ง ห่างจากเกาะเฮและเกาะราชาประมาณ 2 ไมล์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และจากข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 เวลา 14.20 น. มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตแล้วจำนวน 38 ราย สูญหาย 18 ราย และปลอดภัยจำนวน 49 ราย

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแล้ว เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยที่อยู่ในเรือทั้งสองลำได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพิ่มเติมดังนี้

1. เรือฟีนิกซ์ ซึ่งมีบริษัท T.C.BLUE DREAM จำกัด เป็นบริษัทนำเที่ยว ได้มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ฉบับ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บ ได้รับค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 500,000 บาทต่อคน โดยรายละเอียดและข้อยกเว้นความรับผิดเป็นไปตามเงื่อนไข ในกรมธรรม์ประกันภัย

2. เรือเซเรนาต้า ซึ่งมีบริษัท เลซี่เคท ทราเวล จำกัด เป็นบริษัทนำเที่ยว ได้มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ไว้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 ฉบับ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บ ได้รับค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 500,000 บาทต่อคน โดยรายละเอียดและข้อยกเว้นความรับผิดเป็นไปตามเงื่อนไข ในกรมธรรม์ประกันภัย

อนึ่ง นอกจากจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ดังกล่าวแล้ว นักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยยังจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยผู้โดยสารเรือสำหรับโดยสารที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือสำหรับโดยสารต้องจัดให้มีการประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บ ได้รับค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.ภาค 9 และผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.จังหวัดภูเก็ตบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งบริษัทประกันภัยแล้ว ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันภัยสามารถติดต่อมาที่สายด่วน คปภ. 1186”เลขาธิการ คปภ.กล่าวในตอนท้าย”