ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน จำนวน 21 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณถนนพหลโยธินขาออกช่องทางด่วน หลักกิโลเมตรที่ 76-77 หมู่ 2 ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สาเหตุเนื่องจากกลุ่มควันจากการเผาไหม้หญ้าบริเวณข้างทาง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2545 เวลาประมาณ 16.30 น. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีก 22 ราย ตามที่ปรากฎเป็นข่าว นั้น นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า รถยนต์ทั้ง 21 คัน ที่เฉี่ยวชนกันนั้นมีการจัดทำประกันภัยเพียง 10 คัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบการทำประกันภัย 1 คัน นอกนั้นเป็นรถที่ไม่มีประกันภัย เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นจำนวนมากและพนักงานสอบสวนยังไม่สมารถชี้ได้ว่าเป็นความผิดของใคร ดังนั้น จึงได้มอบให้หัวหน้าสำนักงานประกันภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปช่วยดูแลช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทในการขอรับค่าเสียหาย ซึ่งสามารถแยกตามกรณีได้ดังนี้ 1. สำหรับผู้ประสบภัยจากรถที่ไม่ได้ทำประกันภัย 1.1 กรณีผู้ประสบภัยที่บาดเจ็บ สำนักงานประกันภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประสานกับโรงพยาบาลผู้รับรักษาพยาบาล โดยผู้ประสบภัยสามารถมอบอำนาจให้โรงพยาบาลไปเรียกเก็บเงินจากกองทุนฯ เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินเงินค่าเสียหายเบื้องต้น (15,000 บาท/ราย) แต่หากผู้ประสบภัยรายใดได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ก็สามารถจะเบิกคืนจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยในภายหลังได้ 1.2 กรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต ให้ทายาทขอรับค่าปลงศพในวงเงินไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น (15,000 บาท/ราย) จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้เช่นกัน 2. สำหรับผู้ประสบภัยในรถคันที่มีประกันภัย ถ้ามีการประกันภัยเฉพาะการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กรณีการรักษาพยาบาลเป็นไปตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท/ราย หากเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 80,000 บาท/ราย และหากมีการประกันภัยรถภาคสมัครใจ ด้วย ผู้ประสบภัยก็จะได้รับเงินค่าเสียหายที่สูงขึ้นซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของการประกันภัยและความคุ้มครองที่ซื้อไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่ทราบว่ารถคันใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้ประสบภัยสามารถขอรับเงินค่าเสียหายเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล /ค่าปลงศพได้จากบริษัทประกันภัยในวงเงินไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ทั้งนี้กรมการประกันภัยจะเร่งประสานงานกับบริษัทผู้รับ ประกันภัยให้ดำเนินการให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นางสาวพจนีย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ยังไม่ทราบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดของผู้ใดและมีรถที่ไม่ได้ทำ ประกันภัยรวมอยู่ด้วย การจ่ายค่าเสียหายจึงมีความแตกต่างกันซึ่งหากรถทุกคันที่เฉี่ยวชนกันมีประกันภัย ผู้ประสบภัยก็จะได้รับความช่วยเหลือตามความคุ้มครองที่ทำประกันภัยไว้ ซึ่งกรมการประกันภัยได้เร่งประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร็ว สำหรับการขอรับค่าปลงศพจากกองทุนทนแทนผู้ประสบภัย ขอให้ทายาทนำเอกสาร คือ สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน ใบบรณะบัตรพร้อมสำเนาของผู้เสียชีวิต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาของผู้เสียชีวิตและทายาท ไปติดต่อที่กรมการประกันภัย ส่วนคุ้มครองผู้เอาประกันภัยเขต 4 เขต และสำนักงานประกันภัยจังหวัดทุกจังหวัด หากผู้ประสบภัยหรือทายาทมีปัญหาในเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเหตุการณ์ครั้งนี้ โปรดสอบถามได้ที่ กรมการประกันภัย (โทร. 0-2547-4524 หรือสายด่วนประกันภัย 1186) และสำนักงานประกันภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (โทร. 0-3533-6529) ได้ตลอดเวลาราชการ