ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถปิคอัพของนายสงบ ฉุนหอม หมายเลขทะเบียน นข - 768 สระแก้ว ชนกับรถบรรทุกน้ำมัน หมายเลขทะเบียน 80-1094 สระแก้ว บริเวณถนนสายคลองรั้ง-สระแก้ว ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2545 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ตามที่ปรากฎเป็นข่าวไปแล้วนั้น นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัยเปิดเผยว่า รถปิคอัพคันดังกล่าวได้ทำประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.และประกันภัยประเภท 1 ไว้กับบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด โดยมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลรวมทั้งค่ารักษาพยาบาล ส่วนรถบรรทุกน้ำมันได้ทำประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.กับบริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด และทำประกันภัยประเภท 3 กับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด ซึ่งสามารถจำแนกการจ่ายค่าสินไหมทดแทนออกเป็น 2 กรณี คือ 1. กรณีรถยนต์ปิคอัพเป็นฝ่ายผิด บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังนี้ 1.1 ทายาทผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้โดยสารรถปิคอัพจำนวน 8 ราย จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนรายละไม่เกิน 367,500 บาท โดยได้รับจากประกันภัยตาม พ.ร.บ. 80,000 บาท ประกันภัยประเภท 3 ในส่วนความรับผิดบุคคลภายนอก 250,000 บาท และในส่วนความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล 37,500 บาท (รถคันนี้ได้ซื้อความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้โดยสารไว้จำนวน 6 ราย ๆ ละ 50,000 บาท แต่ปรากฎว่ามีผู้เสียชีวิต 8 รายจึงต้องมีการเฉลี่ยจำนวนเงินค่าสินไหมที่จะได้รับ) สำหรับทายาทของผู้ขับขี่ที่เสียชีวิต จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 65,000 บาท โดยได้รับจากการประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. 15,000 บาท ประกันภัยประเภท 3 ในส่วนความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล 50,000 บาท 1.2 ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่เกิดขึ้นจริงรายละไม่เกิน 300,000 บาท โดยได้รับค่ารักษาพยาบาลจากประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.รายละไม่เกิน 50,000 บาท และประกันภัยประเภท 3 ในส่วนความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอีกไม่เกิน 250,000 บาท 2. กรณีรถบรรทุกน้ำมันเป็นฝ่ายผิดบริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด จะเป็นผู้รับผิดชดใช้ในส่วนของความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด รับผิดชดใช้ในส่วนของการประกันภัยประเภทที่ 3 และบริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด จะรับผิดชดใช้ในส่วนของการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวนเงินที่ผู้ประสบภัยและทายาทจะได้รับจะได้เท่ากับกรณีแรก คือ ผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้โดยสารจะได้รับรายละไม่เกิน 367,500 บาท แต่ทายาทของผู้ขับขี่จะได้รับไม่เกิน 380,000 บาท สำหรับผู้บาดเจ็บจะได้รับชดใช้ค่าเสียหายเท่าที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินรายละ 300,000 บาท นางสาวพจนีย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ยังไม่ทราบว่ารถคันใดเป็นฝ่ายผิด อย่างไรก็ตาม กรมการประกันภัยจะได้ประสานงานให้บริษัทเร่งจ่ายค่าเสียหายเต็มตามความคุ้มครองของประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ให้ทายาทไปก่อน หากผู้ประสบภัยหรือทายาทมีปัญหาในเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โปรดสอบถามได้ที่ กรมการประกันภัย โทร. 0-2547-4591 หรือสำนักงานประกันภัยจังหวัดปราจีนบุรี โทร. 0-3721-1962