ตามที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร) ได้มีนโยบายในการปรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถภาคบังคับให้ลดลง เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายที่บังคับให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย ดังนั้น การกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยและจำนวนเงินความคุ้มครองจึงต้องมีความเหมาะสม ยุติธรรม และเป็นไปตามหลักการประกันภัย นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า กรมการประกันภัยได้ประกาศปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยดังกล่าว โดยกำหนดให้ลดอัตราเบี้ยประกันภัยรถ ดังนี้ 1. รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง/ส่วนบุคคล อัตราเบี้ยประกันภัยลดลงจาก 920 บาท เป็น 800 บาท รวมภาษีอากรจะเท่ากับ 860.28 บาท 2. รถบรรทุกที่มีน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 3 ตัน/ส่วนบุคคล อัตราเบี้ยประกันภัยลดลงจาก 1,150 บาท เป็น 1,100 บาท รวมภาษีอากรจะเท่ากับ 1,182.35 บาท สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถประเภทอื่น ๆ ให้คงเดิมไว้ ทั้งนี้ กรมการประกันภัยได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยใหม่เป็นแบบคงที่ (Fixed rate) ซึ่งหมายถึง ทุกบริษัทจะต้องกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยรถภาคบังคับเป็นอัตราคงที่เท่ากันทุกบริษัท หากบริษัทใดขายแตกต่างไปจากอัตราที่กำหนดไว้จะมีความผิด ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ให้มีผลใช้บังคับกับกรมธรรม์ ประกันภัยที่เริ่มต้นระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 เป็นต้นไป นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดเป็นอัตราคงที่ (Fixed rate) ทำให้บริษัทขายกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับในราคาเท่ากันทุกบริษัทตามอัตราที่กรมการประกันภัยกำหนด ประชาชนจะเลือกซื้อจากบริษัทประกันภัยใดก็ได้ในราคาเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้บริษัทแข่งขันกันในด้านคุณภาพบริการที่ดีและรวดเร็ว ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดสอบถามไปยัง กรมการประกันภัย (โทร. 0-2547-4524 หรือสายด่วนประกันภัย 1186 ได้ทั่วประเทศ) ส่วนคุ้มครองผู้เอาประกันภัยเขตทุกเขต และสำนักงานประกันภัยจังหวัดที่ท่านสะดวกได้ตลอดเวลาราชการ