นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัยเปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุโรงงาน Delta Electronics ถล่ม ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2545 นั้น ได้รับทราบในเบื้องต้นว่าสาเหตุของความเสียหายเกิดจากพื้นที่ตั้งเครื่องทำความเย็นที่ชั้นลอยรับน้ำหนักไม่ไหวจึงทำให้เกิดการถล่มลงมาและมีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บอีกประมาณ 50 ราย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วนเพื่อนทราบสาเหตุของความเสียหายที่แท้จริง เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาว่าจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ตามที่โรงงานได้มีการทำประกันภัยไว้หรือไม่ เนื่องจาก กรมธรรม์ดังกล่าว ให้ความคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินที่เสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยระเบิด ภัยลมพายุ ภัยอากาศยาน ภัยยวดยานพาหนะ ภัยลูกเห็บ ภัยเนื่องจากควัน ภัยแผ่นดินไหว ภัยไฟป่า ภัยน้ำท่วม ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน ภัยเนื่องจากการกระทำป่าเถื่อนและเจตนาร้าย และความเสียหายจากอุบัติเหตุอื่น ๆ แต่มีข้อยกเว้นหลักในเรื่องความเสียหายอันเนื่องมาจากการออกแบบที่ผิดพลาด รวมทั้งการถล่มหรือพังทลายของอาคาร เหตุผลที่กรมธรรม์ประกันภัยต้องมีข้อยกเว้นเนื่องจากเป็นความเสียหายเชิงวิศวกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ออกแบบก่อสร้างอาจจะต้องรับผิดเนื่องจากการออกแบบหรือการคำนวณที่ผิดพลาด การประกันภัยรายนี้มีผู้รับประกันภัยร่วมทั้งสิ้น 6 บริษัท ในวงเงินเอาประกันภัยจำนวน 9,344 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการรับประกันภัยดังนี้คือ 1. บ.นิวแฮมพ์เชอร์อินชัวรันส์ สัดส่วนการรับประกันภัย 36% จำนวนเงินเอาประกันภัย 3,363.84 ล้านบาท 2. บจ. ซับบ์ประกันภัย สัดส่วนการรับประกันภัย 15% จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,401.60 ล้านบาท 3. บจ. ซีจียู ประกันภัย สัดส่วนการรับประกันภัย 15% จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,401.60 ล้านบาท 4. บจ.อลิอันซ์ ซีพี สัดส่วนการรับประกันภัย 12% จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,121.28 ล้านบาท 5. บจ. ไทยศรีซูริคประกันภัย สัดส่วนการรับประกันภัย 12% จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,121.28 ล้านบาท 6. บจ. เอชประกันภัย สัดส่วนการรับประกันภัย 10% จำนวนเงินเอาประกันภัย 934.40 ล้านบาท นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช กล่าวเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุดังกล่าวนอกจากจะทำความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้วยังทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกมาก กรมการประกันภัยเห็นว่าเป็นอุบัติภัยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะต้องติดตามว่านอกจากทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้มีการทำประกันภัยดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังจะมีการทำประกันภัยอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่จะให้ความคุ้มครองต่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกันนี้จะเร่งรัดให้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็วเหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป