การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่หลักในการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมอารยประเทศ และสร้างสรรค์ความมั่นคงให้แก่สังคม โดยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในกรณีเกิดภัยพิบัติต่อประชาชน กล่าวคือ การประกันภัยนอกจากจะเป็นหลักประกันความมั่นคงแก่ชีวิต และทรัพย์สินในแง่ส่วนบุคคลที่ทำประกันภัยไว้แล้ว ในแง่ของการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมยิ่งเป็นหลักประกันช่วยชลอความเสี่ยงในการสูญเสีย หรือเสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทั้งปวง เท่ากับเป็นการสร้างเสถียรภาพหรือความมั่นใจในการลงทุนประกอบการ การประกันภัยจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ ในการสนับสนุนธุรกิจประกันภัยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมอารยประเทศ แต่ในปัจจุบันนี้ประชาชนทั่วไปยังไม่เข้าใจระบบประกันภัยตลอดจนขบวนการในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน สิทธิอันพึงมีพึงได้จากการประกันภัย ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ทำให้เกิดปัญหาการร้องเรียน หรือมีข่าวทางสื่อไปในทางที่เสียหายต่อธุรกิจประกันภัยโดยส่วนรวม ปัญหาข้อพิพาทสินไหม 2 กรณี

กรณีที่ 1 การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ สูงกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง

กรณีที 2 การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่ำกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง

กรณีที่ 1 กับกรณีที่ 2 มีข้อพิพาทที่แตกต่างกัน  คือ กรณีที่ 1 ผู้เอาประกันภัยคิดว่า กำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามหน้าตารางกรมธรรม์ไว้เท่าไรเวลาเกิดความเสียหาย ต้องได้ค่าสินไหมตามหน้าตารางกรมธรรม์     ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด และทำให้เสียเบี้ยประกันภัยโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนกรณีที่ 2 ผู้เอาประกันภัยประกันภัยไว้ต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงเวลาเกิดความเสียหายต้องมีส่วนรับภาระส่วนเฉลี่ยค่าเสียหายด้วยตามหลักการ  ดังนี้

ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ = [(จำนวนเงินเอาประกันภัย/มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ณ เวลาที่เกิดความเสียหาย) x มูลค่าความเสียหาย]

ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดข้อพิพาทดังกล่าว  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย     ได้จัดทำมาตรฐานราคาสิ่งปลูกสร้าง สำหรับใช้เป็นแนวทางสำหรับธุรกิจประกันภัย ให้เป็นมาตรฐานในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งวิธีการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้างให้กับบริษัทประกันภัยและประชาชนทั่วไป โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยได้ประสานกับทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยเป็นผู้ดำเนินการเผยแพร่มาตราฐานราคาสิ่งปลูกสร้างสำหรับการประกันภัย

การประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างเพื่อกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง (อาคาร) ตามหลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้

1) กำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ (Replacement Cost Valuation)

2) กำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน (Actual Cash Value)

 

การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ซึ่งเท่ากับ มูลค่าทรัพย์สินที่เป็นของใหม่ หักด้วยค่าเสื่อมราคา ณ เวลา และสถานที่ที่เกิดความเสียหาย

ค่าเสื่อมราคา หมายถึง มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลงอันเนื่องมาจากอายุการใช้งานของทรัพย์สินนั้น

ค่าเสื่อมราคาของอาคาร หมายถึง มูลค่าของอาคารที่ลดลงเนื่องจากอายุการใช้งานของอาคาร ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของอาคารและการบำรุงรักษาอาคาร พิจารณาจากงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และงานระบบประกอบอาคาร

อายุการใช้งานของอาคารกำหนดประมาณ 50-60 ปี แต่ในประเทศไทยมีอายุอาคาร บางอาคารยืนยาวกว่า 60 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมกับการเป็นแนวทางในการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย คิดแบบเส้นตรง คืออัตราค่าเสื่อมราคาเท่ากันหมดประมาณปีละ 1.16%-1.60% ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของอาคาร หลังอายุการใช้งาน 60 ปี เหลือเป็นมูลค่าซากทรัพย์ 20%-40% (ขึ้นอยู่กับสภาพที่แท้จริง)

ดังนั้น การคิดค่าเสื่อมราคาให้คิดเป็นเส้นตรงโดยเอาเปอร์เซ็นต์สูงสุดคือ 1.60% เป็นฐาน หากอาคารมีการบำรุงรักษาให้พิจารณาบวกค่าบำรุงรักษาหลังการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เกิน 20%

หมายเหตุ  อายุการใช้งานของอาคารนี้ยกเว้นอาคารที่มีการอนุรักษ์หรืออาคารที่มีลักษณะพิเศษมีการปรับปรุงหรือบำรุงรักษาอย่างดี ค่าเสื่อมราคาอาจขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้มีความรู้ความชำนาญโดยเฉพาะในการให้ความเห็นตามสมควรได้ ขึ้นอยู่กับสภาพที่แท้จริง

 

สถานะข้อมูล: 
ใช้งาน