ข้อมูลที่ควรทราบ

มูลค่าทรัพย์สินที่จะทำประกันอัคคีภัยควรกำหนดอย่างไร

เพื่อให้การซื้อประกันอัคคีภัยได้รับความคุ้มครองสูงสุดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้มีมูลค่าใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่จะทำประกันภัย การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยสามารถกำหนดโดย ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง หรือ บริษัทผู้ประเมินราคา แต่ทรัพย์สินที่จะทำประกันภัยสามารถกำหนดเองได้ในเบื้องต้น คือ สิ่งปลูกสร้าง (อาคาร) 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ฝ่ายวิศวกรรมประกันภัย โทร 0-2515-3999 ต่อ 3104,3105 
หรือสายด่วนประกันภัย 1186

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่ำกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่ำกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นผู้เอาประกันภัยจะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามอัตราส่วนที่ได้รับความคุ้มครองเท่านั้น สัดส่วนที่เหลือจากการคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดเอง 

ตัวอย่าง เช่น มูลค่าทรัพย์ (อาคาร) 1,000,000 บาท ได้ทำประกันอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 600,000 บาท ต่อมาเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง (100%) 
จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 600,000 บาท แต่ถ้าเพลิงไหม้เสียหายเป็นบางส่วน เช่น มูลค่าทรัพย์สินที่เสียหาย 300,000 บาท จะได้รับเงินค่าสินไหม 
ตามสูตรดังนี้ 

คิดตามสูตรและวิธีคำนวณ 

ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ =[(จำนวนเงินเอาประกันภัย /มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน ณ วันเกิดเหตุ ) x มูลค่าความเสียหาย] 

ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ = [(600,000/1,000,000) x 300,000] = 180,000 บาท

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร

การกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงกว่า มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นผู้เอาประกันภัยจะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งจะทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียเบี้ยประกันภัยส่วนที่เกินโดยเปล่าประโยชน์ 

 

ตัวอย่าง เช่น มูลค่าทรัพย์ (อาคาร) 1,000,000 บาท ได้ทำประกันอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท ต่อมาเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง (100%) 

จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 1,000,000 บาท เท่านั้น หากทรัพย์สินได้รับความเสียหายเพียงบางส่วน เช่น 50% ก็จะได้รับชดใช้เพียง 500,000 บาท

 

จะเห็นได้ว่าการกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยที่สูงเกินกว่ามูลค่าทรัพย์สิน 500,000 บาททำให้เสียเบี้ยประกันภัยโดยเปล่าประโยชน์

สถานะข้อมูล: 
ใช้งาน