การประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน

จุดประสงค์ของการประกันภัย สำหรับเจ้าบ้าน

การประกันภัยเจ้าบ้านเป็นการประกันภัยที่มีจุดประสงค์ เพื่อให้ความคุ้มครองต่อผู้เป็นเจ้าของอาคาร ประเภทบ้านอยู่อาศัย สำนักงานในบ้าน หรือห้องชุดอยู่อาศัยในแฟลต แมนชั่น หรือคอนโดมิเนียม ให้ได้รับ ความคุ้มครองหลายอย่างไว้กรมธรรม์เดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย ความคุ้มครองต่อความเสียหายจากอัคคีภัย ความเสียหายจากโจรกรรมหรือการลักทรัพย์ ความเสียหายต่อความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหาย ต่อทรัพย์สินในอาคาร การสูญเสียค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว การจ่ายเงินชดเชย สำหรับการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เป็นต้น

    การประกันภัยประเภทนี้ให้ประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองที่หลากหลายแล้ว ยังสะดวกในการต่ออายุการประกันภัยด้วย เนื่องจากเป็นการผนวกเอากรมธรรม์หลายรูปแบบ ไว้ในกรมธรรม์เดียว และที่สำคัญเป็นการช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับการทำประกันภัย หลายประเภทหลายกรมธรรม์

ความคุ้มครองของการประกันภัย สำหรับเจ้าบ้าน

     กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้านมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละบริษัทอาจเลือกขายความคุ้มครองแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปความคุ้มครองจะมี 5 หมวด ดังนี้

หมวด 1 : ความสูญเสียหรือความเสียหายต่ออาคาร
หมวด 2 : ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินในอาคาร
หมวด 3 : ค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนที่พักอาศัยชั่วคราว และการสูญเสียค่าเช่า
หมวด 4 : ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
หมวด 5 : เงินชดเชยการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย

โดยแต่ละหมวด มีความคุ้มครอง ดังนี้

ความคุ้มครองต่ออาคารและทรัพย์สินในอาคาร

    บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายต่ออาคาร หรือต่อทรัพย์สินในอาคารที่เอาประกันภัย อันเนื่องมาจากอัคคีภัย ฟ้าผ่า การระเบิด อากาศยานหรือสิ่งที่หล่นจากอากาศยาน น้ำท่วม การไหลล้นหรือการระเบิดของแท้งค์น้ำ อุปกรณ์ส่วนควบของแท้งค์น้ำหรือท่อน้ำ การลักทรัพย์โดยใช้กำลังรุนแรงเพื่อเข้าไปหรือออกจากอาคาร การชิงทรัพย์ การปล้นทรัพย์ หรือความพยายาม กระทำการดังกล่าว อาคารถูกชนโดยพาหนะทางบก ม้าหรือปศุสัตว์ ที่ไม่ได้เป็นของหรืออยู่ในความควบคุมของผู้เอาประกันภัย หรือของสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันกับผู้เอาประกันภัย แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน พายุไซโคลน พายุใต้ฝุ่น หรือลมพายุ

ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวและการสูญเสียค่าเช่า

     กล่าวคือ ในกรณีที่อาคารที่พักอาศัยที่ทำประกันนั้นได้รับความเสียหายจากภัยดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จะต้องทำการซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่ และในระหว่างรอการซ่อมแซม หรือสร้างใหม่นั้น ผู้เอาประกันภัยก็จะต้องหาที่พักอาศัยชั่วคราว เช่น บ้านเช่า/โรงแรม/อพาร์ทเมนท์ เป็นต้น บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้เอาประกันภัยเพื่อเป็นค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวดังกล่าว

   ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นเจ้าของอาคารและมีรายได้จากการให้เช่าอาคารนั้น เช่น เจ้าของบ้านเช่า/ เจ้าของหอพัก/เจ้าของอพาร์ทเมนท์ เป็นต้น หากเกิดความเสียหายต่ออาคารจากภัยที่คุ้มครองตามกรมธรรม์ จนทำให้เจ้าของอาคารต้องขาดรายได้ซึ่งเคยได้รับ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย ตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุในตาราง

คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

    บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ในฐานะเจ้าของอาคารที่เอาประกันภัย หรือในฐานะผู้เช่า ซึ่งพักอาศัยในอาคารที่เอาประกันภัย โดยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แบ่งเป็น 2 กรณี คือ ความรับผิดต่อร่างกายของบุคคลภายนอก เช่น การเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ความบาดเจ็บต่อร่างกาย (ตัวอย่าง เช่น บุคคลภายนอกมาบ้านของผู้เอาประกันภัยแล้วลื่นล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้น) และความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในอาคารหรือเกี่ยวกับอาคาร (ตัวอย่าง เช่น รถของบุคคลภายนอกจอดไว้ในบ้านของผู้เอาประกันภัยแล้วของจากที่สูงตกใส่หลังคารถ แล้วทำให้รถได้รับความเสียหาย)

ความคุ้มครองสำหรับเงินชดเชยการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย

     หากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุขณะที่อยู่ในอาคารที่ทำประกันภัย และเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที หรือได้รับบาดเจ็บอันมีสาเหตุมาจากภัยภายใต้ความคุ้มครองต่ออาคาร และทรัพย์สินในอาคารดังได้กล่าวมาแล้วนั้น และมีผลทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับจากวันเกิดอุบัติเหตุ บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ (ตัวอย่าง เช่น อาคารที่เอาประกันภัยเกิดเพลิงไหม้แล้วผู้เอาประกันภัยถูกไฟคลอกตาย/ เกิดระเบิดในอาคารที่เอาประกันภัย ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับบาดเจ็บต้องรับการรักษาพยาบาล และต่อมาเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดระเบิดนั้น)

ความคุ้มครองที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้

     ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อีก ดังนี้

 1. ความเสียหายต่อกระจก หมายถึง การแตกของกระจกที่เป็นเสมือนผนังอาคาร และกระจกประตูหน้าต่างที่เอาประกันภัยไว้ โดยบริษัทจะชดใช้โดยเลือกกระจกอื่นมาทดแทน หรือซ่อมแซมกระจกแตกไป และ

2. ความคุ้มครองเงินชดเชยการเสียชีวิตของคู่สมรส และสมาชิกในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยต้องการได้รับเงินชดเชย กรณีคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย ตามที่ระบุชื่อไว้ ได้รับบาดเจ็บอันมีสาเหตุมาจากภัยที่ระบุภายใต้ความคุ้มครองต่ออาคาร และทรัพย์สินในอาคาร และทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องเสียชีวิตภายใน 180 วัน นับจากวันเกิดอุบัติเหตุ บริษัทก็จะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันภัย

ข้อปฏิบัติในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

     การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เมื่อเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย สำหรับเจ้าบ้าน ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ต้องปฏิบัติดังนี้

  1. แจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบโดยพลัน
  2. กรณีโจรกรรม หรือพยายามกระทำการดังกล่าว ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
  3. การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายใต้ข้อตกลงคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้ง และส่งมอบหลักฐานตามที่บริษัทร้องขอ พร้อมทั้งรายละเอียดของทรัพย์สินที่สูญเสีย หรือเสียหายภายใน 30 วัน นับแต่วันเกิดความสูญเสียหรือเสียหาย
  4. การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายใต้ข้อตกลงคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัยต้องส่งหมายศาล หมายเรียกใด ๆ หรือกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ ให้แก่บริษัท และต้องให้ข้อมูลและความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่บริษัท
  5. ผู้เอาประกันภัยต้องไม่ตกลงหรือยอมรับ หรือประนีประนอม หรือปฏิเสธการเรียกร้องใด ๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากบริษัท เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหาย เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายต้องรับผิด หรือบริษัทไม่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนภายในเวลาอันสมควร

หลักเกณฑ์ที่บริษัทใช้ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

     หลักเกณฑ์ที่บริษัทประกันภัยใช้ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในแต่ละหมวดความคุ้มครอง มีดังต่อไปนี้

หมวด 1 ความสูญเสียหรือความเสียหายต่ออาคาร 
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อความสูญเสีย หรือเสียหายต่ออาคารตามความเสียหายที่แท้จริง โดยชดใช้เป็น เงินสด หรือทำการซ่อมแซม หรือ ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ทั้งนี้ จะไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

หมวด 2 ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินในอาคาร
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินในอาคารที่เอาประกันภัย ตามจำนวนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินในขณะเกิดความสูญเสียหรือเสียหาย แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ วามสูญเสียหรือเสียหาย แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

หมวด 3 ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวและการสูญเสียค่าเช่า 
สำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว ตามจำนวนเงินค่าเช่าที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

สำหรับการสูญเสียค่าเช่า บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าเช่าที่ผู้เอาประกันภัย เคยได้รับจากการให้เช่าอาคารที่เอาประกันภัยนั้น แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

หมวด 4 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก 
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอก ดังนี้
การเสียชีวิต จะชดใช้ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การบาดเจ็บ จะชดใช้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่ได้จ่ายไปจริง รวมทั้งค่าชดเชยตามสมควร แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

สำหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินขณะที่เกิดความเสียหาย แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

หมวด 5 เงินชดเชยการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย 
หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองในหมวดนี้ ดังได้กล่าวมาแล้ว บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ แต่ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

กรณีที่บริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

     ในการประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน บริษัทประกันภัยสามารถปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้

  1. กรณีที่อาคารถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 15 วันติดต่อกัน แล้วเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายต่ออาคารและทรัพย์สินในอาคารที่ทำประกันภัยนั้น
  2. กรณีที่มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกอาคารเป็นการชั่วคราว เพื่อขายหรือนำออกแสดงนิทรรศการและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้น ในขณะที่อยู่นอกอาคารที่เอาประกันภัย
  3. กรณีเป็นความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินบางประเภท เช่น เงินสด เพชร พลอย โฉนดพันธบัตร ตั๋วเงิน ต้นฉบับเอกสาร เป็นต้น ซึ่งจัดเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในข้อยกเว้น ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์
  4. กรณีที่เป็นความบาดเจ็บทางร่างกายของสมาชิกในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลที่อยู่ประจำในบ้านของผู้เอาประกันภัย หรือผู้ปฏิบัติงานให้ผู้เอาประกันภัย
  5. กรณีที่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินซึ่งเป็นของ หรืออยู่ในความควบคุมดูแลของผู้เอาประกันภัย หรือสมาชิกในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย
  6. ความบาดเจ็บทางร่างกาย หรือเสียชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ที่เกิดขึ้นจากอาชีพหรือธุรกิจของผู้เอาประกันภัย หรือจากการใช้ลิฟท์ บันไดเลื่อน หรือยานพาหนะใด ๆ

ข้อแนะนำสำหรับผู้สนใจทำประกันภัยเจ้าบ้าน

     ข้อแนะนำสำหรับผู้สนใจการประกันภัยเจ้าบ้าน มีดังนี้

  1. ต้องสำรวจดูถึงสภาพความเสี่ยงภัย และความต้องการความคุ้มครอง ของเจ้าของอาคารที่อยู่อาศัยว่า ความจำเป็นต้องทำประกันภัยหลายอย่างในขณะเดียวกันหรือไม่ เช่น ต้องการความคุ้มครองจากอัคคีภัย จากโจรกรรม ทรัพย์สิน ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และการสูญเสียค่าเช่า เป็นต้น ถ้าหากผู้เอาประกันภัยได้ทำการประกันภัยแต่ละแบบ หรือมีกรมธรรม์ประกันภัยหลายฉบับอยู่แล้ว การทำประกันภัยเจ้าบ้านฉบับเดียวโดยได้รับความคุ้มครอง ทั้งหมดจะเกิดความสะดวก และประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้มากกว่า
  2. ผู้ที่เป็นเจ้าของอาคารซึ่งมีรายได้หลักจากการให้เช่าอาคาร เช่น เจ้าของห้องชุดให้เช่า เจ้าของอพาร์ทเมนท์ เจ้าของหอพัก เป็นต้น จะได้ประโยชน์ เพราะโดยปกติมักจะมีการประกันอัคคีภัย การประกันภัยการสูญเสียค่าเช่าอยู่แล้ว และขอแนะนำให้ซื้อ การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพิ่มเติม ดังนั้น การซื้อการประกันภัยสำหรับเจ้าของบ้านกรมธรรม์เดียว จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงความคุ้มครองทุกส่วนที่ต้องการ
  3. ชาวต่างชาติที่มาทำงานอยู่ในประเทศไทยมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องการประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรับผิดต่อบุคคลภายนอก นอกจากนี้ยังมีความต้องการความคุ้มครองถึงทรัพย์สินของคนใช้หรือผู้ติดตามด้วย ซึ่งกรมธรรม์สำหรับเจ้าบ้านบางแบบอาจจะมีการขยายความคุ้มครองถึงเสื้อผ้า และทรัพย์สินส่วนตัวของคนใช้ หรือผู้ติดตามของผู้เอาประกันภัย และที่อยู่ในบ้านของผู้เอาประกันภัย
  4. สำหรับบ้านอยู่อาศัยโดยทั่วไปจะมีความจำเป็นหรือไม่นั้น ควรพิจารณาถึงภัยที่คุ้มครองตามกรมธรรม์ว่า มีความจำเป็นหรือมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายมากน้อยขนาดไหน เพราะการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าของบ้านจะต้องซื้อภัยทั้งหมด ซึ่งอาจจะทำให้ผู้เอาประกันภัย จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยแพงกว่า การเลือกซื้อกรมธรรม์เฉพาะแบบที่ต้องการ

    ผู้เช่า ซึ่งเป็นผู้เช่าบ้าน ผู้เช่าคอนโดมิเนียม/ห้องชุด ผู้เช่าอพาร์ทเมนท์ เป็นต้น สามารถทำประกันภัย สำหรับเจ้าบ้านได้แต่จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะส่วนของความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของตน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น สำหรับตัวอาคารนั้น ผู้เช่าไม่สามารถนำไปทำประกันภัยได้ เนื่องจากไม่มีกรรมสิทธิ์หรือส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว

 

สถานะข้อมูล: 
ใช้งาน