< >
<
>

คปภ. มอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2563 • พร้อมบูรณาการความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เป็นกลไกลขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

 

 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยไทย ได้เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเห็นได้จากระบบเศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ 

(New Normal) นอกจากนี้ ยังเผชิญกับปัจจัยการเปลี่ยนแปลงอื่นที่สำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และการพัฒนาของเทคโนโลยีและนวัตกรรม

แบบก้าวหน้า ประกอบกับเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง 

 

 สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย จึงบูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยขับเคลื่อนมาตรการต่าง ที่สำคัญ เพื่อก้าวข้ามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ การออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยจัดทำผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยเฉพาะ การสนับสนุนให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามภูมิภาคหรือพื้นที่เฉพาะ เช่น การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ การประกันภัยประมง เป็นต้น การดำเนินการ Guillotine regulator ปรับปรุงกฎ กติกา ให้ทันสมัย และพัฒนากฎหมายใหม่ๆ เช่น ประกันภัยทางทะเล ประกันภัยพืชผลการเกษตร และประกันภัยสุขภาพภาคสมัครใจ การเพิ่มหลักเกณฑ์เรื่อง Digital Face to Face ให้ผู้เสนอขายสามารถเสนอขายโดยใช้เสียง หรือเสียงและภาพ โดยให้ถือเสมือนเป็นการพบลูกค้า ในระหว่างสถานการณ์จำเป็น และได้รับความยินยอมจากลูกค้ามาใช้เป็นการถาวร การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย โดยจัดทำโครงการฐานข้อมูลกลางด้านการประกันภัย จัดตั้ง Center of InsurTech (CIT) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็น InsurTech Startup Hub พัฒนาระบบ OIC Gateway เพื่อเป็นแพทฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลทั้งอุตสาหกรรมประกันภัย รวมถึงจัดทำโครงการ Insurance Regulatory SandBox  การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร การตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยการเชื่อมโยงโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับธุรกิจประกันภัย ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เพื่อประเมินโอกาสและศักยภาพของอุตสาหกรรมประกันภัย และปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการลงทุนของบริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ และขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้พัฒนากรมธรรม์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

 

 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีฐานะการเงินมั่นคง รวมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เป็นแบบอย่างที่ดี และก่อให้เกิดแรงจูงใจให้บริษัทประกันภัยแข่งขันกันพัฒนาการบริหารจัดการและคุณภาพการให้บริการให้เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน สามารถขยายบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้มากขึ้น รวมทั้งครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทที่สำคัญทั้งหมด ได้แก่ ตัวแทนประกันภัย และนายหน้าประกันภัยนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนผู้เอาประกันภัย อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยปีนี้ได้รับเกียรติจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร Prime Minister’s Insurance Awards ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อนุญาตให้ใช้ลายมือชื่อสลักลงบนโล่เกียรติยศเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ และเชิดชูเกียรติองค์กร หน่วยงาน สถาบัน บุคคลหรือกลุ่มบุคคลตัวอย่างดีเด่นในด้านการเป็นผู้ประกอบการ การประกอบวิชาชีพ การให้บริการด้านการประกันภัย โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 11 ประเภท จำนวน 52 รางวัล อาทิ รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น ประจำปี 2562 จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลเกียรติยศบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น ประจำปี 2562  รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย ประจำปี 2562 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 

นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และนายวิทยา แจ่มกระจ่าง ประธานสมาพันธ์ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

 

 ในโอกาสนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดีกับ

ผู้ได้รับรางวัลและปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวในตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมคณะกรรมการ คปภ. ผู้บริหาร บุคคลากรสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในเป็นวงกว้าง อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ก็เป็นอีกความท้าทายที่มีผลกระทบกับทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดความสูญเสียมูลค่ามหาศาล รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่นำพาเราไปสู่วิถีปกติแบบใหม่ ที่เรียกว่า New normal  นับเป็นอีกความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

 

มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาของภาครัฐที่ผ่านมา เป็นการลดผลกระทบในทันที แต่การพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน คือ โจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน 

ซึ่งในจุดนี้เอง ธุรกิจประกันภัยถือเป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคง รวมถึงมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐ สามารถเป็น Financial Backup ให้กับประเทศ และช่วยบรรเทาความทุกข์ยากและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรกรรรมที่ผ่านการประกันภัยข้าวนาปีและการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การยกระดับการประกันสุขภาพเพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การออกผลิตภัณฑ์ประกันภัย COVID-19 และการออกกฎระเบียบส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี อาทิ การเสนอขายแบบ Digital Face to Face การประกันภัยยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งการพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และการเชื่อมโยงระหว่างโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยนำการประกันภัยไปบริหารความเสี่ยงของภาครัฐ และการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐาน 

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ฝากโจทย์ที่สำคัญให้สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย

บูรณาการความร่วมมือกัน เพื่อนำระบบประกันภัยรองรับมาตรการสำคัญของรัฐบาล อาทิ การขยายผลการประกันภัยพืชผล เพื่อให้ครอบคลุมพืชชนิดอื่น ให้กับเกษตรกรของประเทศ การยกระดับการประกันสุขภาพ ให้เข้ามาต่อยอดระบบสวัสดิการในปัจจุบัน เพื่อให้การประกันสุขภาพมีบทบาทในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนระดับฐานราก การกำกับดูแลให้มีการจัดทำประกันภัยรถ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายอันเกิดจากอุบัติเหตุ รวมถึงการนำระบบประกันภัยเข้าไปสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โครงการรถไฟความเร็วสูงพื้นที่ EEC เชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าและการเดินทางของประชาชน การเปิดช่องทางการขายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามโครงการ Travel Bubble ทางออนไลน์ เช่น ผ่านทางแอปพลิเคชัน ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้เพิ่มขึ้น อีกเรื่องที่สำคัญคือ การส่งเสริมการประกันภัยสำหรับคนทำงานทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคแรงงาน รวมถึงประชาชนทั่วไปที่เป็นแรงงานนอกระบบ ให้สามารถใช้การประกันภัยเครื่องมือในการออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดี

 

สำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และหน่วยงานต่าง ที่เกี่ยวข้อง 

เพื่อรองรับมาตรการสำคัญของรัฐบาล และขับเคลื่อนนโยบายที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายความสำเร็จอยู่บนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันภัยเป็นสำคัญเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย