ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 15.00 นาฬิกา บริเวณบนถนนสายเอเชีย หน้าหน่วยกู้ภัยเอเชีย หมู่ที่ 3 ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียหมายเลขทะเบียน WHY 6995 มาเลเซีย เสียหลักลงข้างทางไปพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตัดหญ้าของหมวดทางหลวงกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา จนทำให้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายวิรัตน์ เส็มไข , นายสมพร สวัสดิรักษา , นายวิชยา ทองมา , นายธีรวุธ มงคล , นายเอี่ยม ชายแก้ว และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายคือ นายบำเรอ เกษมุล นั้น

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมีประกันภัย พ.ร.บ. กับ บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ HY1-19-MMA1-124083 ระยะเวลาเอาประกันภัย เริ่มต้นคุ้มครองวันที่ 11 สิงหาคม 2562 สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นการทำประกันภัยก่อนนำรถเข้ามาท่องเที่ยวในฝั่งไทยโดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 9 วัน ซึ่งมีเบี้ยประกันภัยเพียง 35 บาท

สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) ได้ประสานงานกับ บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) จนมีการอนุมัติค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ได้มีการนัดมอบค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย โดยนายวรการ อารีย์รัชชกุล ผู้จัดการบริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ ผู้แทนจาก บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ รวมค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินทั้งสิ้น 1,500,000 บาท โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานสักขีพยาน และมีคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) สำหรับผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล ซึ่ง บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรองค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลในวงเงิน 80,000 บาท ตามความคุ้มครองประกันภัย พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายชอบ เสมไข บิดานายวิรัตน์ เส็มไข เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอขอบคุณ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสงขลา และ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) ที่ได้ลงพื้นที่ประสานงานให้ความช่วยเหลือจนทำให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ส่วนนางจมชื่น ชายแก้ว ภรรยาของนายเวียง ชายแก้ว ได้ชื่นชมและขอขอบคุณ สำนักงาน คปภ. ที่ช่วยดูแลให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว และ ตนขอฝากบอกเจ้าของรถทุกคนขอให้จัดทำประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. เนื่องจากหากเกิดเหตุแล้ว ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ โดยเฉพาะตนเองมีบุตร 3 คน การสูญเสียสามีที่เป็นหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นกำลังหลักในการหารายได้ทำให้ตนเองเดือดร้อน ซึ่งนับว่ายังดีที่รถคันที่ชนได้ทำประกันภัยไว้

“สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง และเยียวยาความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย