< >

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ภาครัฐได้มีนโยบายให้ความสำคัญเรื่องการดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนน และได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย โดยได้ตั้งเป้าหมายลดการตายจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 10 คนต่อประชากร 100,000 คนให้ได้ในปี พ.ศ. 2563 ตามกรอบเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดให้ความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการประกันภัย และการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีกรอบในการดำเนินการร่วมกันใน 4 บทบาทหลัก ประกอบด้วย การร่วมกันรณรงค์ ส่งเสริมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตามแผนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยรถภาคบังคับ และการประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) รวมถึงให้คำแนะนำ เกี่ยวกับข้อกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย ให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ความร่วมมือระหว่างกันในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้ความร่วมมือกับรัฐในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและเห็นความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงโดยใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือ

“การทำประกันภัยรถภาคบังคับมีความสำคัญอย่างมากในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากรถ โดยถึงแม้จะมีกฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้รถ หรือมีรถไว้ใช้ต้องจัดให้มีการประกันภัยรถภาคบังคับ แต่จากสถิติที่เกิดขึ้น มีรถจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์ไม่ได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับทำให้ผู้ประสบภัยต้องเสียประโยชน์ และความคุ้มครองอันพึงได้รับ ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในครั้งนี้นับเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการแบบครบวงจรและเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกเพื่อร่วมกันรณรงค์และส่งเสริมการป้องกันในการลดอุบัติเหตุทางถนนให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐแล้ว ยังจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการประกันภัยอันจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

เลขาธิการ คปภ. กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเทศกาลสุขใจเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา รวมถึงเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำประกันภัยรายย่อย  (ไมโครอินชัวรันส์) ภายใต้ชื่อ“กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุสงกรานต์สุขใจ” หรือประกันภัย 100 โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 100 บาทต่อกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองกรณีสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงสุดถึง 100,000 บาท ประชาชนสามารถซื้อได้คนละไม่เกิน 2 กรมธรรม์ ในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 30 เมษายน 2559 โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี  ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป